This year I will go to Japan 2 month, 1 Oct – 9 Dec 2015

Start : Fukuoka, Korea, Osaka, Kyoto, Tokyo, Nagano,Tochigi, Hongkong and Macau

 

Japan 1 Oct – 9 Dec (2 month) travel and work

Korea 15 – 18 Oct (3 days) only travel ไป – กลับ จาก Osaka

Hong Kong, Macau 4 – 9 Dec (6 days) travel and work
 
ทั้งหมดนี้เป็นเมืองหลักๆ มีเมืองเล็กเมืองน้อยเพิ่มเติม จะมาอัปเดตอีกทีนะ 🙂
 
 
4 Airline 6 flight : low cost ล้วนๆ 555 Jetstar, Peach, HK Express และ Airasia
 
6 airbnb house : Fukuoka – kyushu 9 – 15 Oct Kyushu B&B 寝る&朝ごはん
Korea – seoul 15 – 18 Oct Female 4 Bed Dorm – SBCH and Sunny Double bed room 🙂
Osaka 18 – 20 Oct Best Access to Kyoto and Osaka and Kobe
Kyoto 20 – 22 Oct Arashiyama near the bamboo forest
Tokyo 22Oct – 9Nov, 16 -18 Nov, 25 Nov – 4 Dec My office shared with you near hip area Roppongi
(ลงทะเบียนสมัครเพื่อเข้าพักบ้าน airbnb)
 
3 wwoof in Japan : Oita, Hita city ไปทำนาข้าว 2 – 9 Oct (confirmed)
Nagano, Azumino city ไปเก็บแอ๊ปเปิ้ลลล ^^ 9 – 16 Nov (confirmed)
Tochigi, Moka city ฟาร์มผัก 18 – 25 Nov (confirmed)
 
2 Exhibition : Tokyo Tokyo design week : Creators Match up
30 -31 Oct (2days) confirmed
1- 3 Nov (3days) confirmed
Hong Kong In Bed With Designers 4 – 6 Dec (3days) confirmed

 
 
 

So!!!!!!Dear every customer

Now I have time for work in Thailand
1 month only
If you have big order, You can tell me now!

After I go out of Thailand
For customer online
I can shipping product from Japan (some product)
but if you want custom order, I can make it after 9th Dec

สำหรับลูกค้าในประเทศไทย ที่ต้องการสั่งซื้อจำนวนมาก
เราจะมีเวลาอีก 1 เดือนเท่านั้น เพื่อทำงานในประเทศไทย

สำหรับลูกค้าออนไลน์ เราจะสต๊อกสินค้าไว้บ้างที่ไทย
สามารถจัดส่งได้ ถ้ามีสินค้าที่ลูกค้าต้องการ
ถ้าไม่มี หรือ ต้องการสั่งทำพิเศษ ต้องเป็นหลังจากวันที่ 9 ธันวาคม นะคะ

มีต่อ….

 
 
 

Checklist
เตรียมบางสิ่งบางอย่างก่อนเดินทาง

Passport : OK ยังใช้ได้อีกนาน หมดอายุปี 2019

Visa : ประเทศที่จำเป็นต้องขอวีซ่า ก็คือ ประเทศญี่ปุ่น
แต่ทริปนี้เราจะอยู่ที่ญี่ปุ่นช่วงแรกคือที่ ฟุกุโอกะ
เป็นช่วงเวลา ตั้งแต่วันที่ 2 Oct – 15 Oct เป็นเวลา 14 วัน ช่วงนี้จึงใช้สิทธิ์ ฟรีวีซ่าได้
แต่ตอนผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองที่ฟุกุโอกะ ก็ต้องงัดเอกสารออกมาแสดงหมดเลยนะ
ประมาณว่า ตม งงว่า ทำไมไม่ใช้วีซ่า เพราะเราบอก ตม ว่า ต้องการใช้ฟรีวีซ่า
ในช่วงเวลานี้ เราจะใช้วีซ่าที่ขอมา ตอนเข้ามาญี่ปุ่นอีกครั้งวันที่ 18 ซึ่งบินจากเกาหลี

วันที่ 15 Oct คือไปเกาหลี 3 วัน กลับมาญี่ปุ่น วันที่ 18 Oct หลังจากนี้ ต้องใช้วีซ่า
ตั้งแต่วันที่ 18 Oct – 3 Dec คือจำนวนที่อยู่ญี่ปุ่น 47 วัน เราจึงต้องขอวีซ่า 47 วัน

อธิบายการเดินทางอีกทีละกัน
บินจาก กทม ถึง ฟุกุโอกะ วันที่ 2 Oct

วันที่ 15 Oct บินจากฟุกุโอกะ ไป สนามบิน Osaka Kansai โดย Peach airline
ที่เลือกเดินทางโดยเครื่องบิน เพราะช่วงจองตั๋วเครื่องบิน peach airline มีโปรโมชั่น
บินในประเทศญี่ปุ่นราคาถูก และสนามบิน Kansai คืออยู่นอกเมือง
แบบว่ายังไงเราก็ต้องนั่งรถไฟเข้าไปที่เที่ยวที่ Osaka อยู่ดี ก็เลยไม่เลือกรถบัส
และอีกอย่างคือถ้าดูในแผนที่จะเห็นภาพว่า Osaka คือใกล้กับ เกาหลี
และตั๋วเครื่องบินก็ถูกด้วย ก็เลยเลือกบินต่อจาก Osaka ไป เกาหลี ในวันที่ 15 เลย
โดย Peach airline นี้แหละ แค่เปลี่ยน terminal ภายในสนามบิน

อยู่เกาหลี 3 วัน กลับมาญี่ปุ่น วันที่ 18 Oct ก็เลือกเที่ยวแถว Osaka 2 วัน
kyoto 2 วัน และ ไป Tokyo วันที่ 22 Oct ซึ่งตอนนี้ยังไม่สรุปว่าจะไปยังไง
อาจจะเป็นรถไฟ หลังจากนั้นก็อยู่ยาว จนถึงวันที่ 3 Dec บินต่อไปร่วมงาน
In Bed with Designers ที่ฮ่องกงต่อ จากนั้นก็บินจากฮ่องกงกลับประเทศไทย
วันที่ 9 Dec

BKK-Fukuoka 5,119 บาท (รวมนำ้หนัก 25kg) Jetstar airline
Fukuoka – Osaka Kansai 887 บาท (ไม่โหลดกระเป๋า) Peach airline
Osaka Kansai – Korea – Osaka Kansai 3,840 บาท (ไม่โหลดกระเป๋า) Peach airline
Tokyo Haneda – HongKong 4,918 บาท (รวมนำ้หนัก 20kg) HK Express airline
Hong Kong – BKK 2,753 บาท (รวมนำ้หนัก 20kg) Air Asia

กลับมาที่วีซ่าเป้าหมายคือ ก็ต้องไปขอวีซ่าญี่ปุ่น 47 วัน แต่สุดท้ายได้มา 3 เดือน (90 วัน)
เราไปขอวีซ่าที่ อาคารวันแปซิฟิกเพลส ชั้น 9 (ใกล้รถไฟฟ้าบีทีเอสสถานีนานา)
ใช้เงินค่าวีซ่า 880 + ค่าธรรมเนียมที่ขอวีซ่า 535 สรุปจ่ายไป 1,415 นี่คือที่ต้องจ่าย
ปกติจะได้รับเล่มคืน น่าจะประมาณ 1 อาทิตย์ จำได้ว่าไปยื่นเอกสารวันจันทร์ และนัดให้ไปรับเล่มคืนวันศุกร์

แต่ เราได้รับเล่มคืนวันจันทร์ เพราะ ต้องยื่นเอกสารเพิ่มเติม
เอกสารที่ใช้ยื่นปกติ ก็ทั่วไปนะ อ่านเพิ่มเติมจากที่นี้
http://www.th.emb-japan.go.jp/th/consular/visaindex.htm
 

Passport ที่มีอายุเหลือไม่น้อยกว่า 6 เดือน และมีหน้ากระดาษเหลือไว้ด้วย
ทะเบียนบ้าน สำเนา และ ตัวจริงด้วย
และก็รายละเอียดทุกอย่างอะ ที่แสดงให้สถานทูตเห็นว่า เราไปเที่ยว
เพราะเราขอวีซ่าท่องเที่ยว
 

ตั๋วเครื่องบิน ที่พัก โปรแกรมท่องเที่ยว
เราไม่มีงานประจำ เราทำธุรกิจส่วนตัวแต่ยังไม่ได้จดทะเบียนการค้า
ก็มีแต่รายละเอียดหน้าร้านออนไลน์ ก็ปริ้นออกมา รูปตัวเองกับผลงานของตัวเองตามสื่อต่างๆ
รายการบัญชีธนาคาร เพื่อแสดงให้เห็นว่า เราสามารถใช้ชีวิตอยู่ในญี่ปุ่นได้ไม่ลำบาก
คือ เราคิดว่าหัวใจหลักของการขอวีซ่า คือ เราไปเที่ยวก็คือไปเที่ยว ไปทำงานก็คือไปทำงาน
สำคัญคือ เราไปทำอะไรอย่างแท้จริง

เราเองยื่นเอกสารไป ยังถูกขอเอกสารเพิ่ม เพราะตอนแรกเราไม่ได้บอกว่าไปร่วมงาน
Tokyo design week เพราะคิดว่า เพื่อนเราที่ญี่ปุ่นเป็นคนจัดการให้ เราเป็นเพียงแค่ นักออกแบบเท่านั้น
แต่จริงๆแล้วเราควรอธิบายอย่างละเอียดเลย เพราะสถานทูตเข้าใจสถาณการณ์ได้ดี
สถานทูตเข้าใจงานที่เกี่ยวกับศิลปะ เข้าใจความต้องการที่ละเอียดอ่อนเป็นอย่างดี

เราก็ยื่นเอกสารไปเพิ่ม ว่าไปร่วมงานอะไร ไปที่ไหน พักที่ไหน อย่างไรบ้าง อย่างละเอียด
รวมถึง จดหมายเชิญ เราก็ให้เพื่อนเขียนให้นี่แหละ ว่าเราไปทำอะไร และ พักกับเพื่อนเราจริง
และเราเองก็เขียนถึงสถานทูตเองด้วย เพื่อ อธิบายว่า เราต้องการไปทำอะไร

เราเขียนไปยาวมาก
1 ร่วมงาน Tokyo design week
2 ท่องเที่ยว
3 พักผ่อน ข้อนี้แหละที่สถานทูตแสดงให้เห็นว่า เค้าเข้าใจความต้องการ
คือ เราคิดไปเองว่า อาจจะดูไร้สาระไปหรือเปล่า แต่พอได้คุยกับทางสถานทูต
ทำให้รู้ว่า เค้าสืบอย่างละเอียดมาก ตั้งแต่เรารับสายโทรศัพท์จากทางสถานทูต
ถ้าเรามีคำพูดที่ไม่ชัดเจน ก็จะมีผลในการพิจารณาวีซ่าด้วย

และเราก็เขียนบอกสถานทูตว่า อาชีพการงานของเราสามารถทำงานที่ไหนก็ได้
เพราะเราทำงานบนคอมพิวเตอร์ เราแค่คิดว่าอยากเที่ยวนานๆ เพราะมันคือโอกาส
และที่สำคัญคือ เราบินต่อจากญี่ปุ่นไปฮ่องกงด้วย ก็เลยไม่อยากบินไปบินมา
เราจองตั๋ว one way บินกลับไทยคือ บินจากฮ่องกง ถึง ไทย
 
 
การเดินทางภายในประเทศญี่ปุ่น ที่มีทั้ง รถบัส รถไฟ เครื่องบิน
ตอนแรกก็หาข้อมูลเกี่ยวกับ JR Rail Pass เหมือนกัน แต่ดูการเดินทางของตัวเองแล้ว
คือไม่จำเป็น เพราะเราอยู่นานก็จริง แต่ไม่ค่อยเดินทางไปตามสถานที่ต่างๆมาก
ตัวอย่างเช่น ถ้าจะซื้อ JR Rail Pass เค้าจะมีจำนวนวันกำหนดในการใช้ตั๋ว
3 วัน 5 วัน 7 วัน 15 วัน อะไรแบบนี้ ซึ่งเราไม่ได้ต้องการเดินทางแบบนั้น
สรุปก็เลยไม่ซื้อพาสอะไรเลย มาซื้อตั๋วเอาข้างหน้าแทน
ถ้าใครจะซื้อ JR Rail Pass ก็หาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่นี้ http://www.japanrailpass.net/th/
ต้องซื้อนอกประเทศญี่ปุ่นนะ เพราะฉะนั้นต้องตัดสินใจก่อนเดินทาง
 
 
ที่พัก
1. บ้านเพื่อน ที่ฟุกุโอกะ และ โตเกียว ซึ่งจริงๆแล้ว เพื่อนก็เปิดบ้านเป็นที่พัก airbnb นี้แหละ
2. airbnb house ที่ Osaka : 2,397 บาท (2 คืน), Kyoto : 2,153 บาท (2 คืน)
และจองที่เกาหลีไว้ด้วย 3คืน : 1,828 บาท แต่มีเพื่อนอยู่เกาหลีและ
เพื่อนเปิดเป็นบ้าน airbnb house เหมือนกัน แต่ตอนนั้นเราไม่รู้ ก็เลยจองไปแล้ว
ก็เลยคิดว่าจะพักที่จองไว้ 1 คืน และพักบ้านเพื่อน 2 คืน
3. บ้าน wwoof คือที่พัก ที่เราไปพักฟรี กินฟรี แต่ทำงานแลกข้าวแลกนำ้ แต่เราก็เสียค่า
สมัครเป็น wwoofer เป็นรายปีก่อน จ่ายไป 1,646 บาท
 
 
Internet
ต่อไปเรื่อง การติดต่อสื่อสาร
เราจำเป็นต้องใช้เบอร์โทรศัพท์ไทยที่เราใช้งานอยู่ เพราะอาจมีลูกค้าติดต่องานสำคัญเข้ามา
เราจึงคิดว่า ต้องการให้โทรศัพท์ ที่สามารถรับสายได้ แต่เราจะไม่รับ และจะส่งข้อความกลับ
ไปแทน ว่าให้ติดต่อเราทาง email แต่ ณ จุดนี้ ยังรับสายไม่ได้เลย เพราะซิม ไม่สามารถใช้กับ
โทรศัพท์ที่เอามาได้ ประมาณว่า เครื่องเล็กเกินไป ไม่สามารถรองรับซิมได้
ตอนนี้ก็ยังหาทางดำเนินการอยู่ อาจจะซื้อโทรศัพท์ใหม่ที่ญี่ปุ่น แต่ยังไม่รู้ว่าจะเอากลับไปใช้
ที่ไทย ได้หรือเปล่า

แต่ เรามี ipad mini ซึ่งเราซื้อซิมญี่ปุ่นใส่ เป็นซิมที่ใช้ Internet ได้อย่างเดียว
เราซื้อซิมแบบ 30 วัน มา 2 อัน ที่เลือกใช้ซิมนี้เพราะว่า ใช้เสร็จก็ทิ้งได้เลย ไม่ต้องคืนเหมือน
pocket wifi และเราก็ไม่ได้ต้องการใช้เนตมาก เมื่อออกไปเที่ยวข้างนอกที่พัก แค่รับการติดต่อ
เรื่องงานที่สำคัญเท่านั้น แต่เนตก็ใช้ได้ดีเลยนะ เพียงพอต่อความต้องการ ไม่มีปัญหาเลย
ลองอ่านข้อมูลเพิ่มเติมที่นี้ http://iwifi.jp

เราเลือกใช้ซิมที่นี่ เพราะติดต่อได้ง่าย มีวิธีการใช้งานได้เองอย่างชัดเจน ราคาก็รับได้
ซิมละ 1,150 บาท 2 อัน จ่ายไป 2,300 บาท
เฉลี่ยประมาณวันละ 40บาท (100เยน) ก็โอเคละ สะดวกสบาย สั่งซื้อออนไลน์
จ่ายเงินออนไลน์ รับของทางไปรษณีย์


 
 
Money
เงิน ก็แลกมาทั้งหมด ญี่ปุ่น(JPY), เกาหลี(KRW), ฮ่องกง(HKD), มาเก๊า(MOP)
มาเก๊าแค่แลกติดๆมาเพราะจะเอาไปเข้า Casino 555
เพราะจริงๆแล้วไปมาเก๊าน่าจะวันเดียว ใช้เงินฮ่องกงก็ได้ ต่างกันไม่มาก
แลกไม่เยอะ 16,000 บาท เพราะขี้เกียจแลกคืน และคิดว่าไปหาเอาข้างหน้าก็ได้ และอีกอย่างมีเงินญี่ปุ่นอยู่กับ
เพื่อนด้วย และถึงแม้ว่าไม่พอจริงๆ หรือจำเป็นต้องใช้ ก็กดตู้ ATM เอาก็ได้ อยากเที่ยวที่ไหน ก็หาเงินที่นั้น 🙂
เงินจำนวนนี้ ก็ใช้กับค่าเดินทางในประเทศและ ค่าอาหารการกินนี้แหละ ยังไม่รู้จะใช้เท่าไร
แลกเงินได้ที่นี่ http://www.superrich1965.com
 
 

Travel Protection
เราซื้อประกัน มาด้วย เผื่อเจ็บไข้ได้ป่วย จะได้ไม่มีปัญหา
ก็เลือกง่ายๆไม่คิดมาก เป็นของธนาคาร กสิกรไทย แต่เป็นของ เมืองไทยประกันภัย
ก็รวมทุกประเทศเลย ตั้งแต่อยู่บนเครื่องบิน อาศัยอยู่ จบกระทั่งกลับถึงไทยเหยียบถึงพื้นดิน
ซื้อไป 2,050 บาท

 
 
ก็แค่นี้แหละที่สำคัญๆ นอกนั้นก็ ไปหาเอาข้างหน้า
จำได้ว่า ปีแรก(2012)ที่มาญี่ปุ่น ขนมาหมดคะ กระทั่งไม้จิ้มฟัน
ปีที่2 (2014) เริ่มน้อยลง ปีนี้ปีที่3 (2015) ขนมาน้อยมากกกก
เสื้อผ้า ก็เอาแบบ ที่คิดว่า ถ้ากระเป๋าหนักเกินไป คือยอมทิ้งได้
เสื้อหนาว ตัวสองตัว เพราะคิดว่าอยากซื้อใหม่อยู่แล้ว ก็มาซื้อที่ญี่ปุ่น
เลยดีกว่า เผลอๆถูกกว่าด้วย คือญี่ปุ่น ก็คือญี่ปุ่น
ทุกประเทศ ก็ต้องกินต้องใช้เหมือนกัน จะขนมาทำไมเยอะแยะ
ถ้าบางสิ่งบางอย่างคิดจะซื้อใหม่ ก็มาหาเอาข้างหน้า กระเป๋าจะได้เบาๆ
ตั๋วเครื่องบินก็ถูกด้วย เพราะไม่โหลดกระเป๋า

แต่ ก่อนจะบินออกจาก กทม งานสำคัญก็คือ ขนของมาร่วมงาน TDW ที่ญี่ปุ่น
ตรวจสอบนำ้หนักแล้วพบว่า ของที่ใช้งานทั้งหมด ไม่รวมของใช้ส่วนตัว
มี 2 ลัง ลังละ เกือบ 20kg ก็เลยตัดสินใจ ส่งไปรษณีย์ 1 ลัง โดยใส่ของลงไป
ไม่ให้เกิน 20kg (ไปรษณีย์ไทย ส่ง EMS ได้ไม่เกิน 20kg)
อีกลังนึงขนเองดีกว่า แล้วพอถึงญี่ปุ่น ค่อยส่งของภายในประเทศไปไว้บ้านเพื่อน
ถูกกว่าเยอะ อ่านรายละเอียดการส่งของในบทความถัดไปละกันนะอันนี้
ดันนั้นก็เลยต้องซื้อนำ้หนักเพิ่มก่อน check in
ก็ง่ายๆ กดๆๆ ใน Internet นี้แหละ จ่ายเงิน ก็เป็นอันเรียบร้อย check in ได้
ราคาก็ยังได้แบบปกติ เพราะเราดำเนินการล่วงหน้า ก่อนเวลาที่กำหนด
ถ้า ไป check in ที่สนามบิน และพบว่า นำ้หนักเกิน ก็จะต้องจ่ายค่านำ้หนักแพงมาก

ทีนี้ ก็บินได้อย่าง สบายใจ ^^
 
 
ค่าใช้จ่ายตอนนี้ ประมาณ : 47,306 บาท
เครื่องบินทั้งหมด 17,517 บาท
Visa : 1,415 บาท
Internet : 2,300 บาท
Money : 16,000 บาท
Travel Protection : 2,050 บาท
wwoofer : 1,646 บาท
airbnb house : 6,378 บาท

การเลือกหลายๆอย่างมีผลกับเงินในประเป๋าเสมอ
เช่น เครื่องบิน ต้องบินวันไหน เวลาอะไร ราคาคือ ไม่เท่ากัน
มีองค์ประกอบหลายอย่างในการจองตั๋ว
เช่น เป็นช่วงเทศกาลอะไรหรือเปล่า ตรงกับวันหยุดมั้ย landing time อะไร
เดินทางเข้าเมืองอย่างไร ต้องตัดสินใจให้ดี

(update blog เพิ่มเติมวันที่ 12 Oct 2015)
 
 

[wwoofjapan] ทำฟาร์มออร์แกนิกที่เมือง Hita Kyushu : Autumn in Japan 2015 Past 1

[airbnb] North Kyushu-Miyako town พักบ้าน airbnb เที่ยวฟุกุโอกะ คิวชูเหนือ : Autumn in Japan 2015 Past 2

[airbnb] Korea-Seoul เที่ยวเกาะนามิ Garosu-gil : Autumn in Japan-Korea 2015 Past 3

[airbnb] Osaka กิน กิน กิน : Autumn in Japan 2015 Past 4

[airbnb] Kyoto เมืองน่ารัก : Autumn in Japan 2015 Past 5

[airbnb] Tokyo-Prepare for TDW 2015 : Autumn in Japan Past 6

[airbnb] BelltaStudio join exhibition Creators Match up at Tokyo Design Week 2015 : Autumn in Japan Past 7

[airbnb] We found our product at Monocle shop Tokyo : Autumn in Japan Past 8

[wwoofjapan]เก็บแอปเปิ้ลที่ Nagano,Harvest apple at Nagano : Autumn in Japan 2015 Past 9

[wwoofjapan] เก็บผัก Organic ที่ Tochigi, รู้จัก Moka city, เที่ยว Mashiko town : Autumn in Japan 2015 Past 10

 
 
Writer : Bellta (ฝน)
https://www.facebook.com/pennapa.shotlersuk

BelltaStudio: http://www.belltastudio.com

Instragram: @BelltaTravel

REGISTER AIRBNB

Thanks!

(Visited 43 times, 1 visits today)