[wwoofjapan] ทำฟาร์มออร์แกนิกที่เมือง Hita Kyushu : Autumn in Japan 2015 Past 1

 

ถึงญี่ปุ่นวันแรก 2 Oct 2015 เริ่มที่ Rice Farm
คือไปทำงานที่ฟาร์มข้าวนะ แต่ไม่ได้ทำอะไรเกี่ยวกับข้าวเลย
เพราะยังไม่มีงานที่เกี่ยวกับข้าวให้ทำ

แผนการเดินทางระหว่าง 1st Oct – 9th Dec 2015
  เริ่มทริป ก่อนเดินทางจนกระทั่งถึงเวลาเดินทาง ก็ยังคงทำงานอยู่
แต่ยังไม่เสร็จ ต้องเอาไปทำต่อที่ญี่ปุ่น

 

สัมภาระเกี่ยวกับงาน เยอะกว่าเสื้อผ้าอีก กระเป๋าเสื้อผ้าเบามาก
ไปญี่ปุ่น 2 เดือน
 
รูปซ้ายกระเป๋าใหญ่คือเสื้อผ้า กระเป๋าสีชมพู คืองานล้วนๆ
รูปขวา ของขายในงาน Tokyo Design Week 2015
บินตรง Bangkok – Fukuoka by Jetstar airline

 

ถึงสนามบิน Fukuoka กรอกแบบฟอร์มเข้าเมือง
อ่านวิธีการได้ที่นี่คะ http://www.marumura.com/talkative/?id=4254
และก็เอากระเป๋าล้อลากสีชมพูใบใหญ่ ส่ง Yamato Transport
YAMATO คือ บริษัทขนส่ง ส่งทุกอย่าง ไปส่งทุกที่ มีจุดบริการเยอะมากๆในทุกซอกทุกมุมในญี่ปุ่น
คือไปที่ไหนก็เห็นจุดบริการ YAMATO
อ่านเพิ่มเติมที่บล็อกนี้คะ เพราะเราก็อ่านจากที่นี่
ส่งของเสร็จแล้ว ก็นั่งรถบัสไป Hakata เพื่อจะกินราเม็งคิวชู
ระยะทางใกล้ๆ นั่งรถบัสไปไม่นานก็ถึง ประมาณ 15 นาที
Hakata ก็คือ Fukuoka นั้นแหละ เป็นตัวเมือง Fukuoka
Hakata คือชื่อเก่า, Fukuoka คือ ชื่อใหม่ แค่นั้นเอง
เครื่องมือสื่อสารแบตจะหมดใช่มั้ย ไม่ใช่ปัญหา ที่ร้าน Macdonald มีที่ชาร์จแบต
*ที่ญี่ปุ่น Seven eleven มีห้องนำ้

 

เพื่อนแนะนำร้านราเม็ง ดังนั้น ต้องหาให้เจอ และต้องกินให้ได้
ร้านนี้เดินจาก Hakata Station ได้ ไม่ไกล
ร้าน Hakataikkousha
เมื่อก่อนคิดว่า ถ้าได้ไปญี่ปุ่น ราเม็งคืออาหารที่ใฝ่ฝัน
และตอนนั้นสับสนระหว่าง ราเม็ง กับ โซบะ แตกต่างกันอย่างไร
ปีที่แล้ว เพื่อนพาไปกินร้าน โซบะ อร่อยมาก เป็น One of Japan
ร้านอยู่ที่ โตเกียว ย่าน Omotesando ยืนตั้งหลักแถวๆ Apple store ก็ได้
หรือโชว์รูปหน้าร้านให้ยามดู หรือคนแถวนั้นก็บอกทางได้นะ
ระหว่าง ราเม็ง กับ โซบะ, ถ้าให้เข้าใจง่ายๆคือ โซบะ เกิดก่อนประมาณ 100ปี,
ราเม็งมาทีหลังประมาณ 50ปี
โซบะ มีรสชาติเดียว แต่ ราเม็งมีหลายรสชาติ แบบว่า จืด เผ็ด และ อื่นๆ
คือ ถ้าเราเข้าใจไม่ผิด ข้อมูลนี้ก็คือถูกต้องแหละ
กลับมาที่ Ramen Kyushu ราเม็งคิวชู คือแตกต่างกับราเม็งโตเกียว
คือหากินไม่ได้ในโตเกียว คนโตเกียว ไม่ได้กิน เพื่อนญี่ปุ่นบอกมา
นี่คือเหตุผล ต้องหาให้เจอ และต้องกินให้ได้ คืออร่อยมาก นำ้ซุปคือแตกต่าง
คือ….นำ้ซุปแบบ นุ่มเหมือนฟองเบียร์อะ
ต่อไปก็นั่งรถบัสไป บ้าน wwoof ที่ Hita city
เรากำลังอยู่ที่ North Kyushu รู้สึกว่าคนคิวชู ใจดี เรียบๆ สบายๆ ชีวิตไม่รีบมาก
มาถึงบ้าน wwoof, Host ขับรถมารับที่ bus terminal
ทุกคนใจดี และเป็นกันเองมาก ต้อนรับเราเหมือนลูกหลาน
มาถึงก็มืดแล้ว กินข้าวเย็นกันพอดี รู้สึกบ้านนี้ดูญี่ปุ่นมาก
โบราณแต่ก็ไม่โบราณ คือก็มีธรรมเนียมญี่ปุ่น
จานข้าววางตรงตำแหน่ง ทุกมื้อ ทุกวัน อุปกรณ์ของใครบ้าง
ทุกคน จำได้หมด คือไม่ใช่ว่าเราเป็นคนอื่นแล้วแยกอุปกรณ์นะ
คือทุกคนในบ้าน เป็นเหมือนกันทั้งบ้านคะ
ถ้วย ชาม ตะเกียบ ของใคร ลายไหน จำได้หมด
และ ถ้วย ชาม ใช้กับ อะไร ต้องชัดเจนนะคะ แบบว่า ถ้วยข้าว ถ้วยซุป
แก้วชา แก้วกาแฟ คือ อุปกรณ์ครัวแม่บ้านญี่ปุ่น คือเยอะมากกกก
มาถึงก็กิน และก็ นอนเลย สบายจริงๆ เราพักที่นี่ 1 week
2 – 9 October 2015
wwoof คือ เรามาช่วยทำงานฟาร์มออร์แกนิค ที่นี่เป็นฟาร์มข้าว
ทำงาน กินฟรี พักฟรี
ประเทศญี่ปุ่นดื่มชาเป็นปกติ เพราะประเทศอากาศเย็น ดื่มชาเพื่อผ่อนคลาย และความอบอุ่น
ทำอาหารแต่ละมื้อ อุปกรณ์ครัวเยอะมากมาย ล้างเสร็จ เช็ดแห้ง เก็บเข้าตู้เรียบร้อย
คือเก็บแบบเรียบร้อยมาก แบบว่าเหมือนเดิมทุกอย่าง และอีกไม่นาน ก็เอาอุปกรณ์พวกนั้นออกมาใหม่
และทำอาหารมื้อต่อไป
คือรู้สึกว่า เค้าใช้ของทุกอย่างอย่างจริงจัง และใช้จริง อาหารการกินแต่ละมื้อคือเต็มที่มาก
ทำให้คิดถึงตอนมาญี่ปุ่นแรกๆ มาโตเกียว จะได้ยินเสมอว่า ค่าครองชีพที่ญี่ปุ่นคือสูง ก็คือสูงจริงๆ
แต่เค้าก็กินกันแบบจริงๆ เหมือนกัน ค่าครองชีพ ก็คือค่าครองชีพ ทำงานในญี่ปุ่นได้รับ
ค่าตอบแทนสูง แต่รายจ่ายก็สูงเหมือนกัน มันก็คือสมดุลนะ และ อาหารแต่ละชาม มาแบบใหญ่โต
และอร่อย ครบตามภาพเสมอ ไม่เคยผิดหวังกับคำเชิญชวนในญี่ปุ่น เพราะจะได้รับอะไรที่เกินนั้นเสมอ
ในความคิดเรา ญี่ปุ่นคือ simple ทุกสิ่งทุกอย่าง simple
ไม่ว่าจะเป็นของใช้ ของกิน อาหารต่างๆ ยกตัวอย่าง ข้าว กับ ปลา ก็กินได้แล้ว
เราคนไทยอาจมองว่า จะอิ่มมั้ย คือ อิ่มนะ และอิ่มมากด้วย คือเค้าไม่กินทิ้งกินขว้าง
ไม่นำเสนอความสวยงาม อลังการ แล้วเหลือทิ้งกินไม่หมด
งานแรกเลย harvest pumpkin ไม่เคยทำเลย นี่ครั้งแรก
ก็ใช้กรรไกรตัดก้านมันปกตินี้แหละ ง่ายมาก

 

อันนี้คือ ย้ายต้นเล็กๆ มาใส่กระถางพลาสติกเล็กๆ

 

ตอนเช้าพาหมาออกไปเดินเล่น หมาขี้ข้างทาง เจ้าของหมาคือเก็บขี้ใส่ถุง เอากลับไปทิ้งบ้านนะ

 

งาน คัดแยกหัวหอมใหญ่ แยกส่วนดี ส่วนไม่ดี ส่วนดีเอาไปขาย ส่วนไม่ดี ล้างทำความสะอาด กินได้

 

มื้อนี้อุปกรณ์ ครัว เยอะ มากกกกก

 

 
อันนี้คืออีก 1 ลัง ที่จะต้องส่งถึงโตเกียว จาก ประเทศไทย
และ shipping order จาก etsy site ส่งไป Canada and United state
ต้องขอบคุณ internet, camera and application ต่างๆ ที่ทำให้เราทำงานได้ทุกที่

 

ทุ่งนา สีสวยมาก

 

 
รู้สึกว่า Hita city เป็นเมืองที่เกี่ยวกับนก เห็นนกทุกที่เลย Host อธิบายให้ฟังนะ แต่ไม่ค่อยเข้าใจ
อาจจะเป็นเพราะภาษาอังกฤษเราคงเลวร้ายมาก 555

 

ขึ้นไปบนเขา มองลงมาคือเมือง Hita City

 

งานทำความสะอาด Potato
Host ทำกับข้าวไม่ทัน ก็เลยพามากินขนมที่ร้านเพื่อน
 อร่อยมาก ร้านน่ารัก สไตล์อังกฤษ ทำแยมเอง เจ้าของร้าน เป็นผู้หญิง ตัวเล็กๆ รูปขวา
เป็นศิลปินแกะไม้ งานสวยและละเอียดมาก

 

ปั่นหัวหอมใหญ่ เอาไปทำ curry และก็ถอนวัชพืช สนุกดี เพลินๆ

 

 

 

ห้องนอนมีที่นอนให้นะ แต่นอนโซฟาทุกวันเลย ทำงานของตัวเองต่อและก็ขี้เกียจลุกไง นอนยาวถึงเช้า

 

อันนี้เหมือนจะเกี่ยวอะไรกับ Isaac newton
แต่ก็ฟังไม่ค่อยรู้เรื่องอีกแหละ

 

ถุงใส่ข้าว น่าสนใจมาก เป็นถุงกระดาษ แต่สามารถใส่ข้าวได้เป็นสิบๆโล

 

ใกล้ครบ 1 week แล้ว เริ่มเห็นต้นไม้โตขึ้น น่ารักดี

 

 

ก่อนวันกลับ  1 วัน ได้เพื่อนใหม่ 2 คน เป็นชาวฝรั่งเศส และ เยอรมัน
เป็น wwoofer มาใหม่ เสียดาย ไม่ได้ทำงานด้วยกันเลย แต่ที่น่าสนใจคือ
ก่อนหน้านี้เธอเป็น wwoofer ที่ nagano ที่ที่เราจะไปเก็บแอปเปิ้ลนั้นเอง

 

รำ่ลาหมา

 

Host ให้ข้าว 1 กก และ ขนม ของกินระหว่างเดินทาง

 

 Host and family

 

wwoofer 2 คน ฝรั่งเศส และ เยอรมัน
สาเหตุที่สนใจ wwoof มีหลายเหตุผล ธรรมชาติเป็นเรื่องที่น่าสนใจอันดับแรก
ออแกนิคฟาร์ม คือฟาร์มที่ไม่ใช้สารเคมี ดังนั้นคนต้องสุขภาพดี และ ของกินต้องสะอาดแน่ๆเลย
ดินสะอาด นำ้สะอาด เพราะไม่ใช่สารเคมี
wwoof ทำให้ได้เที่ยวที่แปลกๆ ห่างไกลเมือง ที่ที่ไม่ง่ายที่เราจะได้ไป หรือได้เห็น
จริงๆแล้ว หลักการของ wwoof คือ ทำงาน กินฟรี พักฟรี ได้เรียนรู้วัฒนธรรม
ของการมีชีวิตอยู่ของวัฒนธรรมนั้นจริงๆ และ ได้ประสบการณ์ใหม่ๆ มากมาย
และที่อยากรู้อีกอย่างคือ อยากรู้ว่า ชนบทของญี่ปุ่นจะเหมือนกับประเทศไทยมั้ย
คือเราชอบคิดตลอดว่า ทำไมคนต่างจังหวัด ต้องเข้าเมืองมาทำงานในเมืองหลวงกันหมด
คนส่วนใหญ่ในประเทศคือทำงานในบริษัท หรือ โรงงานเยอะมาก
คือเราคิดตลอดว่า เรามีบ้าน ทำไมเราไม่ทำงานที่บ้าน แต่เรากลับอาศัยอยู่ในที่ทำงาน
เยอะกว่าอยู่บ้านของตัวเองทำไม ทั้งๆที่แน่นอนทุกคนอยากอยู่บ้าน
จากที่คุยกับ host ก็ได้คำตอบมาว่า วิถีเหมือนกัน Young people จะเข้าเมืองโตเกียว
เพื่อแข่งขัน ต่อสู้ และเข้าทำงานในบริษัท host เคยทำงานในบริษัท 20ปี วิถีชิวิตคือน่าเบื่อมาก
จนกระทั่งหยุดงานนั้นด้วยตัวเองและเปลี่ยนแปลงชีวิตตัวเอง กลับบ้านนอก และทำฟาร์ม
แต่การทำฟาร์มก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องศึกษา เรียนรู้ และ ทดลอง อย่างมาก
ออแกนิคฟาร์ม ส่วนใหญ่คือ จะขายโดยตรงให้กับลูกค้า ขายกันเอง ทำการตลาดกันเอง
ตรงนี้เป็นเรื่องน่าสนใจ ประเทศญี่ปุ่น ถึงแม้จะบ้านนอก แต่การคมนาคมดีมาก
รถไฟ local แต่เข้าถึงชุมชน ไฟเข้าถึง นำ้สะอาด คือระบบเมืองดีมาก คนสามารถใช้ internet ได้
เราคิดว่า ประเทศไทย มีคนที่มีคุณภาพนะ คนต่างจังหวัดคืออัจฉริยะเลย คนสมัยก่อน
มักมีไอเดียน่าทึ่งเสมอ แต่มักไม่ได้รับการนำไปใช้และเผยแพร่อย่างจริงจัง
ระบบบ้านเมืองไทยก็มีแต่ให้ แต่ไม่สอนคน คือถ้าเปลี่ยนมาสอนคน และสนับสนุนในสิ่งที่ควรทำ
คนก็จะสามารถมีงานทำในชุมชนของตัวเองได้
แต่ทุกวันที่ผู้คนมุ่งหน้าเข้าเมืองใหญ่ เพราะคิดว่าที่บ้านไม่มีงานทำ ซึ่งก็ไม่แปลก
ก็เพราะไม่มีจริงๆนั้นแหละ ทุกคนก็เลยต้องมุ่งเข้าสู่เมืองหลวงกัน ทีนี้ทุกอย่างก็มาแออัดกันในเมือง
และก่อเกิดปัญหาต่างๆมากมายในเมือง รถติด อาชญากรรม สารพัดปัญหา
มีเรื่องเล่าอีกมากหลังจากได้ wwoof มา แต่เอาไปต่อ wwoof ที่ 2 กับ 3 ก็แล้วกัน ^^

 

[airbnb] North Kyushu-Miyako town พักบ้าน airbnb เที่ยวฟุกุโอกะ คิวชูเหนือ : Autumn in Japan 2015 Past 2

Writer : Bellta (ฝน)
https://www.facebook.com/pennapa.shotlersuk

BelltaStudio: http://www.belltastudio.com

Instragram: @BelltaTravel

REGISTER AIRBNB

Thanks!

(Visited 270 times, 3 visits today)

Share your thoughts