[Travel] เที่ยวนำ้ตกห้วยแม่ขมิ้น แบบง่ายๆ 3 วัน 2 คืน Huai Mae Khamin Waterfall Kanchanaburi

นำ้ตกห้วยแม่ขมิ้น : Huai Mae Khamin Waterfall Kanchanaburi 15-17 Jan 2016

มีหลายคนบอกว่านำ้ตกที่นี้ นำ้ใสม๊ากกก
ทริปนี้เกิดขึ้นเร็วมาก คิดว่าอยากไปเที่ยวในไทยที่ใกล้ๆ
ไปกันเองได้ โดยไม่ต้องใช้รถส่วนตัว
เพื่อนส่งรูปนำ้ตกมาให้ ก็ตกลงว่าไปทันที

แผนการเดินทาง เพื่อนก็หาในเน็ตนี้แหละ
http://m.pantip.com/topic/32772866
http://www.photonovice.com/blog/ตะลุยน้ำตกห้วยแม่ขมิ้น.html

จากที่เดินทางไปและกลับมาแล้ว มีอะไรเปลี่ยนแปลงนิดหน่อย
ค่าเข้าอุทยานตอนนี้คนละ 100 บาท
ไม่ค่อยได้เที่ยวในไทย เพิ่งรู้ว่าสถานที่แบบนี้ จะถูกทำเป็นอุทยานแห่งชาติ
(นำ้ตกห้วยแม่ขมิ้นอยู่ในพื้นที่ของ อุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์)
และการเก็บค่าเข้าสถานที่ ก็จะเท่ากัน ทั้งประเทศ เพิ่งรู้เลยนะเนี้ย555
และลุงสวงเปลี่ยนรถใหม่ (รถขึ้นเขาจากลาดหญ้า)
แกใจดี มองโลกในแง่ดี และอารมณ์ดีม๊ากกก

ทริปนี้มีกัน ผู้หญิง 3 คน บ้านอยู่ใกล้ๆกันแถวบางใหญ่
เราตกลงกันว่าไปขึ้นรถตู้ที่หน้ากองสลากเก่า จะมีวินรถตู้อยู่ตรงหน้าโรงแรมรัตนโกสินทร์
ค่ารถ คนละ 120 บาท

เพื่อนคนนึงมานอนบ้าน 1 คืนก่อนเดินทาง
ดีเหมือนกัน ได้ทดลองให้เพื่อนพักที่บ้านเป็นคนแรก
เพราะเรากำลังจะเปิดบ้านพัก airbnb พอดี ขอบคุณเพื่อนมากที่ช่วยมาเป็นหนูทดลอง ^^

my house, my studio, my airbnb

BelltaStudio : Move to new studio start 1 January 2016

https://airbnb.com/rooms/10696313

บ้านเราอยู่ใกล้ Central Westgate มาก ก็เลยตั้งหลักแผนที่ ที่ Central ละกัน
เดินออกมาจากบ้าน ขึ้นแทกซี่หน้าปากซอยหมู่บ้านไปลงที่กองสลากเก่า
จากหน้ากองสลากขึ้นรถตู้ไป ลาดหญ้า
จากลาดหน้า นั่งรถลุงสวงขึ้นไป นำ้ตกห้วยแม่ขมิ้น

เดินออกมาหน้าหมู่บ้านรัตนาธิเบศร์ ก็เจอรถไฟฟ้าเลย เสร็จแล้วนะ แต่ยังไม่เปิดใช้อย่างเป็นทางการ
อันดับแรกเรียกรถแทกซี่ไปกองสลากก่อน เพื่อไปต่อรถตู้ที่นั้น

นั่งรถตู้มาถึงลาดหญ้า ประมาณ 2 ชม นิดๆ
ขึ้นรถตู้ 8โมงเช้า ถึงลาดหญ้าประมาณ 10 โมงครึ่ง
กินข้าว และรอรถลุงสวงมารับ รอลุงนานมาก
เพราะลุงไปส่งนักท่องเที่ยวอยู่ แต่ก็ไม่โกรธลุงนะ เพราะทริปนี้เราชิวๆ555
รอลุงอยู่ประมาณ 2 ชม!!

รถคันนี้ รถของลุงสวงปัจจุบัน เบอร์ลุง 089-902-4902
เราบอกลุงว่า ลุง! ดังในโซเชียลมากนะ ใครๆก็รู้จักลุง ติดต่อรถลุงขึ้นไปนำ้ตก
ลุงแกบอกว่า หรอ? ลุงไม่รู้เรื่องเลย แต่แกเล่นไลน์นะ เพื่อนแกในไลน์เยอะมาก
facebook นี่กำลังฝึกอยู่ เวลาคุยกับคนต่างชาติ ภาษาอังกฤษไม่เป็น ก็ใช้ภาษามือได้
แล้วแกฝากบอกมาว่า ไปเที่ยวกันเยอะๆนะ ลุงจะได้มีเงินผ่อนรถด้วย5555

เราว่าลุงแกก็เป็นคนทั่วๆไป หนี้สินก็มีปกติ แต่แกคิดบวก
แกก็เลยจัดการกับชีวิตและอารมณ์ตัวเองได้ แกอารมณ์ดีตลอด หัวเราะตลอดกับทุกๆเรื่อง
คุยกับแกทั้งขาขึ้น ขาลง สนุกมาก ถึงว่าชาวบ้านใครๆก็รักแก
รู้สึกได้ จากที่แกพาไปทัวร์ตามบ้านเพื่อนบ้านมา

ลุงสวงบอกว่า ลุงดูแลหมู่บ้านนะ ไม่รู้เรียกว่าตำแหน่งอะไร ลืม
แต่ลุงแกบอกว่า ถ้าเรียกประชุม ต้องบอกลุงล่วงหน้านะ
มาเรียกปุ๊ปปุ๊ป ลุงรับไม่ทัน 5555

ระหว่างเส้นทางขึ้นเขา ถนนทางดีแล้ว ลุงบอกว่าเมื่อก่อน ยังเป็นดินแดงอยู่เลย
แต่ไม่รู้กี่ปีมาแล้วนะ ลืมถามลุง ต่างชาติมาเที่ยว ลงมาจากรถหัวแดง ขำจะตาย แต่ต่างชาติเค้าก็ชอบ
ลุงบอกตลกมาก

มาถึงกันแล้ว นำ้ตกห้วยแม่ขมิ้น ชั้น4 เป็นลานให้กางเต๊นกัน
ขอบคุณลุงสวง อีกสองวันมารับพวกหนูด้วยนะคะลุง อย่าลืมนะคะ ^^

เช่าเต๊นก่อนเลย เราเช่ากันทุกอย่าง เต๊น แผ่นรองนอน หมอน ถุงนอน
รวมค่ากางเต๊นแล้วประมาณ 390 บาท หารกัน 3 คน คนละ 130 บาท ต่อคืน
อะไรมันจะสะดวกและง่ายดายแบบนี้
แต่ก็มีบางกรุ๊ปที่นำทุกอย่างมาเองนะ แบบว่าอุปกรณ์มาครบเหมือนขนบ้านมาเลยทีเดียว

กินข้าวก็กินที่อุทยาน มีร้านสวัสดิการ บริการดี อาหารอร่อย

ลานชมพระอาทิตย์ขึ้น
วันนี้ก็ไม่ได้ทำอะไรมาก มาถึงที่นี้ ก็ 4 โมงเย็นแล้ว
เดินสำรวจสถานที่ กินข้าว เตรียมที่นอน อาบนำ้ ก็มืดพอดี

เช้าวันใหม่ ก่อนพระอาทิตย์จะขึ้น

หนาวดีๆ >.<

พระอาทิตย์ขึ้นแล้ว วันนี้เราไม่อาบนำ้ เพราะเราจะไปเล่นนำ้ตกกัน ^^

จากชั้น 4 ช่วงเช้า เราเดินลงไป ชั้น 3 2 และ 1 ก่อน
เพราะเราไม่อยากเหนื่อยมากไง เดินลงมันสบายๆ พอเดินขึ้นจะได้หิวๆ
ก็จะได้กินข้าวเที่ยงพอดี

ม่านขมิ้นอยู่ชั้น 2 เราว่า ณ เวลานี้ ชั้น 2 สวยสุด
เพราะช่วงนี้นำ้ไม่เยอะ ดูแห้งแล้ง เพื่อนบอกว่าถ้านำ้เยอะๆ นำ้ตกจะฟูมาก
จะเป็นสีขาวตัดกับสีฟ้าเลย

แต่ได้แค่นี้ ก็สดชื่นแล้ว คนไม่เยอะดี สงบ เย็น นำ้ใส สะอาดม๊ากกก

ลงมาถึงชั้น 7 แล้ว ก็เดินกลับขึ้นไป ชั้น 4

พักผ่อนตามอัธยาศัย รอกินข้าวเที่ยงกัน

  

ร้านข้าวสวัสดิการ ทำอาหารอร่อยเลยนะ ราคาก็ไม่แพงด้วย 30-40 บาท

กินอิ่มๆกันแล้ว ก็มีพลัง ต่อไปก็เดินขึ้นไปชั้น 5 6 และ 7

  

ระหว่างทาง มีร่องลอยของไฟป่าด้วย

นำ้น้อยจริงๆ นำ้ตกบางชั้น ไม่มีนำ้เลย

  

สดชื่นๆๆ

ได้งานศิลปะมางานนึง งานนี้ชื่อว่า season มโณเอาเอง555
คือถึงพวก packaging ไง  คิดในใจแบบว่า อ๋อ ตามรีสอร์ทโรงแรม
ที่เค้าตกแต่งกันด้วยสีที่แตกต่าง ธรรมชาติๆ เค้าได้แรงบันดาลใจ
จากสิ่งเหล่านี้นี่เอง

bamboo forest ระเนระนาดมาก แต่ก็สวยไปอีกแบบนะ

หมดไปอีก 1 วัน อาบนำ้ นอน รอกินข้าวเย็นที่สั่งเอาไว้ตั้งแต่ตอนเที่ยง
เรื่องปากท้องเราต้องเร็วกว่า 1 ก้าว ไม่งั้นกว่าจะได้กิน หลับพอดี
เพราะวันเสาร์ วันอาทิตย์ มีคนขึ้นมาเที่ยวเพิ่มขึ้นมากกว่าวันธรรมดาเยอะเหมือนกัน

เช้าวันใหม่ เตรียมตัวลงเขากัน

หนาวๆๆ รอลุงสวงมารับ

ลุงแกมารับประมาณ 7โมงเช้า แกก็พาไปแวะหลายบ้านมาก
เพราะลุงแกน่าจะรับ-ส่งชาวบ้าน ขึ้น-ลงเขาด้วย และรับซื้อของให้ตามบ้าน
และแวะเล่นหวยด้วย ก็สนุกดีนะ ลุงแกคุยเก่งมาก ทัศนคติแกดี

พอลงมาถึงลาดหญ้า เราก็ไปเที่ยวที่ใกล้ๆ นั่งรถเมล์เหลืองไปสะพานข้ามแม่นำ้แคว

สะพานข้ามแม่นำ้แคว

  

มาถูกเวลาด้วยนะ รถไฟมาพอดี รถไฟสภาพเก่ามากกก style classic คือเก่ามากกก

ใกล้ๆ กันนั้น มีพิพิธภัณฑ์สงครามอยู่
ข้างในมีพวกของใช้ ที่ใช้ทำสงคราม และของที่อยู่ในระหว่างสงคราม
เพราะ กาญจนบุรี เป็นเมืองทางผ่านให้ญี่ปุ่นผ่านไปยึดเมืองอื่น

  

  

  

  

  

จบทริปง่ายๆของเรา

ทริปง่ายๆ ไม่ใช่ง่ายแค่การเดินทาง แต่ผู้เริ่มเดินทางก็ต้องง่ายๆด้วย
แบบว่าไปไหนไปกัน ไม่เรื่องมาก ไม่เรื่องเยอะ เหนื่อยก็บอก
อยากไปไหน อยากทำอะไรก็บอก สบายๆ ชิวๆ ไปไหนๆ ก็…ง่ายๆ ^^

 

Writer : Bellta
https://www.facebook.com/pennapa.shotlersuk

BelltaStudio
http://belltastudio.com

Instagram @BelltaTravel

Thanks!

(Visited 170 times, 1 visits today)

Share your thoughts