[wwoofjapan] เก็บแอปเปิ้ลที่ Nagano, Harvest apple at Nagano : Autumn in Japan 2015 Past 9

หลังจากงาน Tokyo design week จบ ก็ได้เวลาออกไปหาธรรมชาติอีกครั้ง

รอบนี้เป็น wwoof ครั้งที่ 2 เราจะไปเก็บแอปเปิ้ลที่ Nagano กัน ^^

[airbnb] We found our product at Monocle shop Tokyo : Autumn in Japan Past 8

 
 
  

เดินทางโดยรถไฟ Tokyo – Nagano
Nagano เป็นเมืองใหญ่ จุดหมายไม่ใช่ที่ Nagano station
ฟาร์มที่เราจะไป อยู่ที่ Azumino และเส้นทางรถไฟจะผ่าน Matsumoto
และต่อ local train ไปลงที่ Hitoichiba Station
แล้วเจ้าของฟาร์มจะมารับที่นั้น

 

เริ่มเดินทางจาก Shinjuku เหมือนภาพมันผ่านไปไวมาก เห็นคนมากมายใน Tokyo
เดินกันให้ขวักไขว่ แข็งขันกันทำงานของตัวเอง แต่อีกแว๊บเดียวก็เริ่มเห็นธรรมชาติแล้ว

 

เส้นทางไป Nagano จะขึ้นมาทางตะวันตกเฉียงเหนือของโตเกียว
ส่วนใหญ่เป็นภูเขาสูงๆ และเริ่มเห็นต้นไม้เปลี่ยนสีเยอะขึ้น
ตอนนี้คิดว่า ไม่รู้เลยว่าข้างหน้าจะเจออะไรบ้าง เหมือนแบบจะไปไหนก็ไม่รู้อะ 555

นั่งรถไฟมาหลายชั่วโมง ถึงแล้ว Matsumoto
Matsumoto เป็นเหมือนเขตใหญ่ๆเขตนึงใน Nagano
ก็เลยเป็นจุดจอดรถไฟที่ใหญ่จุดนึง
แล้วก็นั่งรถไฟบ้านๆจากตรงนี้ ไปตามหมู่บ้าน

ประมาณว่า จังหวัดเชียงราย คือ จังหวัดNagano
อำเภอเทิง คือ Azumino
แล้วหมู่บ้านแม่ลอยไร่ ก็คือ หมู่บ้านที่ทำฟาร์ม

พอถึงหมู่บ้าน ก็มีคนพื้นที่ขับรถออกมารับ
แต่ประเทศไทย ไม่มีไง ประเทศไทย มีรถไฟถึงแค่จังหวัดเชียงใหม่
แถมเป็นรถไฟรางด้วยซำ้ สุดแล้วแหละ ประเทศเรา

 
มาถึงที่พัก ก็มืดแล้ว ลักษณะที่พักก็สะอาดดีนะ (รูปนี้ถ่ายตอนเช้า)
เป็นระเบียบเรียบร้อย  ที่พักแยกกับเจ้าของบ้าน แต่ก็อยู่ติดกัน
wifi จะใช้ได้ตรงส่วนรวมที่กินข้าวรวมกัน
ที่นี่ค่อนข้างทำงานแบบจริงจังมาก แต่ก็พักเป็นเวลามาก เลิกงานก็ตรงเวลา

ห้องนำ้นี่โบราณเลย ลืมถ่ายรูปห้องนำ้มา เป็นแบบที่ไม่มีนำ้ราดอะไรเลย
ถ่ายลงไปแล้วมันจะไปรวมเป็นปุ๋ยอยู่ข้างล่าง แต่เค้าก็สะอาด มีกระดาษทิชชู่

อาหารส่วนใหญ่ผักเยอะ และจืด
ช่วงเช้าจะแบ่งหน้าที่ให้ wwoofer ทำความสะอาดบ้าน ล้างห้องนำ้ ล้างจาน ในที่ส่วนรวม

โดยรวมเราว่าที่นี่ ก็ดูแลดีนะ ดูจะเหมือนคนงานไปหน่อย แต่ก็ไม่เลวร้าย
ตอนเราไปคือช่วงเก็บแอปเปิ้ลพอดี เราก็เลยได้เก็บอย่างเดียว สนุกมากๆเลย ^^

เช้ามืดอีกวัน อากาศดีมาก หนาวเหมือนกัน
จะบอกว่า วิวตรงนี้นะ เหมือนเรายืนอยู่บนเขาใช่มั้ย แล้วเรากำลังมองลงไปข้างล่าง
ที่เป็นเมือง เป็นบ้านคนเต็มไปหมด แต่ถ่ายรูปมาได้แค่นี้ เพราะกล้องสุดแขนละ ^^

ก่อนมานะ เพื่อนบอกว่า ยูจะไปนากาโน่หรอ หนาวนะ ใส่เสื้อผ้าแค่นี้ไม่ได้นะ
เราก็ไปจัด uniqlo มาเลย heattech 3ชุด เสื้อนอกอีก ผ้าพันคออีก
ปรากฎว่า มาถึงก็หนาวแหละ แต่ไม่มาก
แต่ Bellta ก็ควรซื้อแหละ เพราะ Bellta backpack 2 เดือน เอาเสื้อผ้ามาน้อยมาก
แต่ใช้ชีวิตก็ไม่ได้ยากอะไร ถ้าอะไรที่จะซื้อใหม่อยู่แล้ว ก็มาซื้อใหม่
ซักได้ก็ซัก ซักไม่ได้ ก็ใส่ซำ้ ง่ายๆ อากาศหนาวไม่เหม็นหรอก ^^

จำไม่ได้ว่าเคยเขียนไปหรือยัง เราเชื่อว่าทุกๆที่อยู่อาศัย
มันต้องมีทุกอย่างที่ทำให้เรามีชีวิตอยู่ได้อยู่แล้ว ไม่งั้นคนที่เค้าอยู่ตรงนั้น จะอยู่ได้ยังไง
คนเค้าใช้อะไร เราก็ใช้แบบนั้น กินอะไร เราก็กินแบบนั้น
แล้วยิ่งญี่ปุ่น ชอบมีของใช้ประหลาดเยอะมาก
ยิ่งในร้าน 100เยนนะ ชอบเจอพวกของใช้แม่บ้าน ทำความสะอาด ความสะดวกเยอะมาก
มันเป็นอะไรที่แบบ น่าใช้อะ เพราะมันเป็นของที่แก้ปัญหาได้จริงๆ


บนเขานั่น มี onsen!

บรรยากาศดีมากๆๆๆ ^^

 

 
สวยสุดๆเลย ใบไม้เปลี่ยนสีที่ nagano ไม่ผิดหวังจริงๆ ที่มาถึงที่นี่
The Momiji!!!! I can see The Momiji!!!
Momiji ก็คือ ใบเมเปิ้ล สีส้มๆ แดงๆนั้นแหละ หน้าตาใบมันจะแฉกๆ แหลมๆ สวยมากก

เราตั้งใจมา nagano ก็เพราะ apple โดยเฉพาะเลย
ตั้งใจมาเพื่อเก็บแอปเปิ้ลด้วย เพราะฤดูใบไม้ร่วง คือช่วงเก็บเกี่ยว
host บอกว่า การที่ใบไม้เปลี่ยนสี คือความคาดหวังของเค้า
เพราะการที่ใบไม้เปลี่ยนสี แสดงถึงสัญญาณ ความอุดมสมบูณณ์ของผลผลิต
เราเก็บแอปเปิ้ลไป ใบไม้สีส้มๆ ก็ร่วงใส่หัวไป ทุกวัน เป็นเวลา 1 สัปดาห์
ท่ามกลางอากาศเย็นสบาย มัน ฟิน มากกกก และยังได้กินแอปเปิ้ลจากฟาร์มทุกวันด้วย ^^
เราอยู่ที่นี่ 9-16 พฤศจิกายน 2015

มันก็เหนื่อยนะ แต่สนุกมากกว่า เพราะอากาศไม่ร้อน

สด จาก ฟาร์ม อร่อยสุดๆ หอมมมมมมม กลิ่นแอปเปิ้ล ตลอดเวลา

Very Big Apple Store!

Many people ask me! Why you go to farm?
My answer : Just I want to do and see something never do, It is inspiration,
I meet and talk with many different people from over the world
Although my english very worst! but we can understand by mind, Thank you very much!!!

 
กินแอปเปิ้ล ทุกวัน
ญี่ปุ่นทำงานแบบ ตรงไปตรงมามาก เริ่มงาน เวลาพัก เลิกงาน เป๊ะมาก


ตรงนี้เป็น แอปเปิ้ลสีแดง ไม่รู้ว่าชื่ออะไร จำไม่ได้ละ

 


ตรงนี้ก็ไม่รู้อะไร แต่สวยดี

 

 
ท้องฟ้าประหลาด แต่สวยมาก

   

   
มาทำงานเป็นคนงานในฟาร์ม แต่เราก็เอางานของตัวเองมาทำด้วยนะ
ทุกวันนี้เราว่าโลกเราก็อยู่ไม่ได้ยากนะ มีเครื่องมือทำมาหากินให้ใช้เยอะแยะเต็มไปหมด
internet wifi + application drawing ก็ทำงานได้ละ
สามารถสั่งงานกับโรงงานได้ บอกผู้ช่วยที่ไทยให้ผลิตของ ส่งของได้ โอนเงินได้
รับเงินได้ ทำได้ทุกอย่าง

สภาพอากาศโดยรวมประมาน 10กว่าองศา บางวัน 11, 12 และวันนี้ 7 c
ครั้งแรกกับอาศาเลขตัวเดียว หนาวมากกกก


บนเขานั่น มี onsen!
เพื่อนๆ บอกว่า ข้างบนเขานั่น มี onsen! โอ้โห มันคือความฟิน ระดับ Top เลย


และวันนี้ เรากำลังจะเดินไป onsen บนเขากัน กับ เพื่อนๆ wwoofer หลายเชื้อชาติ

 

นับจากซ้ายสุด คนที่1 กับ คนที่2 เป็นชาวญี่ปุ่น
คนที่ 3 สวิตเซอร์แลนด์ ยังเป็นนักเรียนอยู่เลยนะ
คนที่ 4 สิงคโปร์
และเราเองคนขวาสุด และทุกคนคุยกันรู้เรื่องคะ 555
ส่วนภาพขวานี้ อะไรก็ไม่รู้ เดินผ่าน เห็นมันน่ารักดี ^^

   
บรรยากาศ onsen ที่นี่มันดีตรงที่ มีแต่คนญี่ปุ่นนี้แหละ ยิ่งที่ลึกลับๆ ยิ่งคนน้อย
และการแก้ผ้าอาบนำ้รวมกัน ก็เป็นอะไรที่ท้าทายสำหรับคนไทยอยู่แล้ว
เพราะแต่ละเชื้อชาติก็มีวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน แต่ตอนนี้เราอยู่ที่วัฒนธรรมญี่ปุ่น
เราก็ต้องใช้วัฒนธรรมญี่ปุ่น

onsen เสร็จ ก็ไอติม กับ เบียร์ ไปชุดนึง อร่อยมาก
และที่น่าสนุกอีกอย่างคือ ตอนเดินขึ้นมา onsen เราเดินกันมาระยะไกลระดับนึง
แต่ตอนจะกลับลงไป เค้ามีเส้นทางอำนวยความสะดวกให้ประชาชนด้วย
มันเป็นทางลื่น เหมือนที่ลื่นในสนามเด็กเล่น เราต้องลื่นลงไปกันข้างล่าง
แต่เค้าก็มีจุดพักเป็นระยะๆนะ มันสนุกมากๆอะ


พอถึงวันที่ใกล้จะกลับกันแล้ว เราก็เดินไปร้านขายของฝากกัน
ใบไม้สีสวยมากๆ อากาศชื้นๆ เย็นสบาย

 
มีไวน์ให้ชิมฟรี ไม่อั้น แต่ส่วนใหญ่ คนเค้าก็มีมารยาทกันไง
ชิมอย่างละนิด ครบทุกรสชาติ ก็โอเคละ เหวี่ยงได้ระดับนึง555
อร่อยเลยนะ เป็นไวน์ผลไม้ต่างๆ ผลไม้อะไรนั้น จำไม่ได้แล้ว
แต่ไวน์แอปเปิ้ล แพงงงง

 
อาหารส่วนใหญ่มีผักเยอะ ไม่ค่อยกินเนื้อสัตว์กัน
เวลาล้างจาน ใช้เหมือนสบู่ล้างด้วยนะ ล้างแล้วเช็ดเก็บเข้าตู้ เหมือนกันทุกบ้านจริงๆ

 
Bellta แจกของอีกละ คือแบบอยากให้ไง ไปที่ไหนเราก็มีของติดไปด้วย
มันเหมือนเป็นของขวัญจากเรา ถ้าเราไม่มีของของเรา เราก็อาจจะมีขนมให้
แต่เรามีของที่เราทำเอง เราก็แค่อยากให้คนอื่นเป็นของขวัญ

คนขวาสุดนี้ตลกดี เราว่าเค้าเป็นคนตลก อารมณ์ดี เป็นผู้หญิงญี่ปุ่นที่แปลกอีกคน
เค้าชื่อ Tomoko แต่เราก็แกล้งเรียกเค้าว่า Tamako (Tamako แปลว่า ไข่)
นางก็บอก ฉันไม่ใช่ไข่ I am not Tamako 555

ทามาโกะ มาอยู่ฟาร์มนี้หลายเดือนแล้ว ลักษณะเหมือนบ้านนางไม่ได้รำ่รวยอะไร
แบบว่าไม่ได้มีบ้านเป็นของตัวเอง อยู่บ้านนอก ไม่มีอาชีพ  ไม่มีเงิน
มาทำฟาร์ม ถึงแม้จะอยู่ฟรี กินฟรี แต่สิ่งที่ต้องการมากกว่านั้น คือเพื่อนใหม่ๆ
ได้คุยกับคนใหม่ๆตลอดเวลา เรียนรู้ภาษาอังกฤษจาก วูฟเฟอร์ ที่มาจากทั่วโลก
ก็ทามาโกะภาษาอังกฤษไม่ได้เก่ง แต่คุยกับเราได้ แล้วเข้าใจกันด้วย
เพราะเลเวล เท่ากันนี้เอง 555

ทามาโกะบอกว่า ได้เรียนรู้ชีวิตจาก วูฟเฟอร์ ต่างชาติเยอะมาก
ก็เราถามว่า ทามาโกะ เราเคยได้ยินว่า ผู้หญิงญี่ปุ่นขี้อาย ไม่ค่อยเปิดเผย
นางบอกว่า ใช่ เมื่อก่อนเราก็เป็นคนเงียบมากนะ ขี้อาย ไม่กล้าเปิดใจ
แต่ตอนนี้เราเปลี่ยนไปมาก เราไม่ใช่คนญี่ปุ่นแล้ว 555

คุยกับทุกคนสนุกมาก แต่ทามาโกะคือแปลกที่สุด

 
เช้าวันที่เราต้องกลับ โตเกียวแล้ว อากาศดีมาก เพราะเมื่อคืนฝนตก
เช้ามาก็เลยมีหมอก มีนำ้ค้าง

 

Bye bye Apple store…now back to tokyo


เริ่มเห็นผู้คนในเมืองละ แตกต่างกับ ทามาโกะมากอะ 555

 

คือ เส้นทาง Tokyo-Nagano, Nagano-Tokyo นี่นะ ใน google map
มันผ่าน Mt.Fuji ไง ก็ไม่ได้หวังว่าจะได้เห็นมากเลยนะ แต่แบบพอรถไฟมาถึงใกล้ๆ
ก็มองหาเลยว่าฟูจิอยู่ตรงไหน เผื่อได้มองเห็นไกลๆก็ยังดี

 
คือ ก็ไม่รู้เลย ว่าฟูจิ อยู่ไหน Where is Mt.Fuji ???????? 555555

  

  
มาถึง โตเกียว ก็ได้พัก 1 วัน ทำงาน ทำงาน และ ทำงาน ^^
สำรวจตลาดญี่ปุ่น ยังคงต่อเนื่องไปพร้อมๆกับการท่องเที่ยว

 
Oh!! Very Big Apple Store!  I miss yellow apple store ^^

Next station….Tochigi ไป เก็บ ผัก!
สุดละฟาร์มนี้ มันมากกว่าเก็บผักนัก
[wwoofjapan] เก็บผัก Organic ที่ Tochigi, รู้จัก Moka city, เที่ยว Mashiko town : Autumn in Japan 2015 Past 10

 

 

Writer : Bellta
https://www.facebook.com/pennapa.shotlersuk

BelltaStudio
http://belltastudio.com

Instagram @BelltaTravel

Thanks!

(Visited 387 times, 2 visits today)

Share your thoughts