[wwoofjapan] เก็บผัก Organic ที่ Tochigi, รู้จัก Moka city, เที่ยว Mashiko town : Autumn in Japan 2015 Past 10

วันนี้เป็นวันเดินทางไป wwoof ที่ Tochigi เป็นฟาร์มที่ 3 สุดท้ายของทริปนี้…ฟาร์มนี้ story เยอะมาก!

[wwoofjapan] เก็บแอปเปิ้ลที่ Nagano, Harvest apple at Nagano : Autumn in Japan 2015 Past 9

เช้านี้กินข้าวกันกับคะสึก่อน คะสึเป็นเจ้าของบ้าน airbnb ที่เราพักอยู่ที่โตเกียว

ร้านนี้อยู่แถว azabujuban station exit 4 ออกมาจากรถไฟ ก็สามารถโชว์รูปให้คนแถวนั้นดูได้

ก็จะได้กินแน่นอน อยู่ใกล้กับสถานีรถไฟมาก ร้านนี้เดินผ่านหลายรอบ มองด้านนอกแทบไม่รู้ว่าขายอะไร

คือถ้าไม่ได้คะสึก็คงไม่ได้กินของอร่อยหลายๆอย่าง ร้านดูดีมาก และคิดไปเองว่าน่าจะแพงมาก

แต่ไม่เลย ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นผู้ใหญ่ และเป็นคนญี่ปุ่น มีแต่ภาษาญี่ปุ่นล้วนๆ ชาวต่างชาติจะน้อยมาก

จนถึงไม่มีเลย ถ้าไม่ใช่คนญี่ปุ่นพามากิน ร้านนี้ขาย ข้าว กับ ปลาย่าง คือเป็นปลาย่าง หลายชนิด

คือเข้าไปในร้านแล้วหอมมากมาย คะสึบอกว่าร้านนี้ใช้ตะเกียบแหลมๆ แสดงว่าร้านนี้มีข้าวที่ดี

และเป็นตะเกียบที่ใช้คีบปลาด้วย คือพอใช้ดูมันก็จริงนะ ไม่เคยรู้มาก่อนว่าตะเกียบมีหลายประเภท

ถึงว่าเคยเห็นตะเกียบราคาแพง ปลายจะแหลมๆ ออกแบบก็เรียบๆง่ายๆนี่เอง

ราคาอาหาร 1000เยน นิดๆ เราคิดว่า เป็นราคาที่ไม่แพงเลยสำหรับร้านนี้ ขอข้าวเพิ่มได้ด้วยนะ

ข้าวอร่อยมาก

ก่อนเดินทาง เจ้าของฟาร์ม ส่งข้อความมาบอกรายละเอียดการเดินทาง แนะนำให้เราเดินทางโดยรถบัส

แต่เราอยากเดินทางด้วยรถไฟ เพราะอยากเห็นวิว คิดว่าไหนๆก็มาแล้วได้นั่งทั้งรถไฟ รถบัส จะได้ไม่เสียเที่ยว

คือมีความไว้วางใจรถไฟญี่ปุ่นมาก เพราะคิดว่าไม่หลงแน่นอน รถบัสก็ไว้ใจได้ แต่เดินทางครั้งแรกก็กลัวพลาดนิดหน่อย

อาจเป็นเพราะมีภาพรถบัสไทยอยู่ในหัวมั้ง555 แต่ขากลับโตเกียวก็นั่งรถบัสกลับนะ รถบัสญี่ปุ่น ตรงเวลามาก

และมีป้ายบอกอย่างละเอียด จอดถูกที่ถูกทาง ไม่มีการหลงแน่นอน

นี่คือเรื่องราวเกี่ยวกับ Moka city ตอนเลือกฟาร์ม เจ้าของฟาร์มลงคลิปนี้ไว้ เราก็ได้ดูด้วย

คือทุกอย่างน่ารักมาก และน่าสนใจมาก

Tochigi เป็นจังหวัดที่ไม่ไกลจากโตเกียว Moka city ก็คือเมืองที่อยู่ที่นี้

รวมถึง Mashiko ที่เป็นเมืองเกี่ยวกับเครื่องปั้นดินเผา คือทั้งเมืองมีงาน craft เยอะมาก

เรียกว่าเป็น craft city เลย มี crafter ศิลปิน ศิลปะ อาศัยอยู่เยอะมาก

เส้นทางไป Tochigi ส่วนใหญ่เป็นแนวราบ Tochigi อยู่ไม่ไกลจากโตเกียว

ฟาร์มนี้ คนไทยมาเยอะมาก ไม่แปลกใจเลย เพราะลักษณะของบ้าน อยู่ไม่ลำบาก

บ้านสะอาด ห้องนำ้สะอาด เจ้าของฟาร์มน่ารักเป็นกันเองสุดๆ ครอบครัวก็น่ารักมากมาย

local train ที่เมืองนี้เป็นสีแตงโม เป็นสัญลักษณ์ของรถไฟสายนี้

มาถึงสถานีรถไฟก็คำ่แล้ว ฝนตกเบาๆ รอ เจ้าของฟาร์ม มารับ ^^

มาถึงบ้านก็มีข้าวให้กินเลย

 

MANMARU FARM (facebook)
https://manmarunouen.jimdo.com
เราจะอยู่ที่ฟาร์มนี้ 1 week ตั้งแต่วันที่ 18-25 Nov 2015

ครอบครัว Maruyama family มี 4 คน

Naofumi (หัวหน้าครอบครัว)  Tomoko (ภรรยา)  Sawa (ลูกสาว)  Kanji (ลูกชาย) และมีแมวตัวนึงชื่อ Yuki

ทุกคนน่ารักมากกก เป็นครอบครัวคนรุ่นใหม่ Naofumi กับ Tomoko ไม่ใช่คนแก่สูงอายุ ที่ส่วนใหญ่อยู่ต่าง

จังหวัด แต่เค้าเลือกชีวิต ในต่างจังหวัด ด้วยการทำฟาร์มออร์แกนิค Tomoko บอกว่า

ไม่ชอบบ้านในโตเกียวที่เวลาเปิดหน้าต่างออกไปแล้ว ต้องเจอกับหน้าต่างของอีกบ้านนึง

Tomoko เป็นผู้หญิงแข็งแรง ทำงานเก่ง ทำอาหารก็อร่อย Tomoko บอกว่า อยากให้ลูกแข็งแรง ได้กินผักที่

สะอาด คือถ้าคนเรากินผักที่สะอาดปลอดสารพิษ ร่างกายก็จะแข็งแรง และไม่ต้องไปโรงพยาบาล

บ้านนี้ไม่มี TV  เพราะอยากให้ลูก คุยกับพ่อแม่ Sawa กับ Kanji แข็งแรงและฉลาดมากด้วย

คือไม่กลัวคน ไม่อายคน กล้าพูด กล้าคุย กับชาวต่างชาติ Naofumi บอกว่า รับ wwoofer เพื่อ

ต้องการคนช่วยงาน และต้องการให้ลูก ได้คุย ภาษาอังกฤษกับชาวต่างชาติ และได้รู้จักกับคนอื่นๆมากขึ้น

เพราะส่วนใหญ่เราจะได้ยินว่าเด็กญี่ปุ่นขี้อาย แต่ 2 คนนี้ ไม่เลยยยย แต่กล้าแสดงออก มีนำ้ใจ

และมีมารยาทมากๆด้วย คือบอกเลยว่า ปกติ ไม่ชอบเด็ก เพราะรำคาญ แต่พอเจอเด็ก 2 คนนี้ รักเลยย ^^

เช้าวันแรกเก็บถั่วแดง เกิดมาเพิ่งเคยเห็นต้นถั่วแดงครั้งแรก เก็บมาแล้วก็ตากแดดไว้ก่อน

พอสายๆก็พักจิบชาเบาๆ นั่งคุยกัน เล่นกับแมว yuki ^^

ได้ยินว่าคนญี่ปุ่นทำงานหนักก็จริง แต่ในความจริงนั้น เป็นสิ่งที่ควรทำมากกว่า ถึงเวลาพักเค้าก็พักเป็นเวลาเหมือนกัน

โรงเก็บผลผลิต เครื่องมือทำมาหากิน และก็บ้านพักอาศัย

เก็บ เผือก…… ซาโต้อิโมะ (Satoimo - さといも ) ช่วงนี้เป็นช่วงฤดูใบไม่ร่วง กำลังเข้าสู่ฤดูหนาว

farmer จะเก็บผลผลิตไว้ใต้ดินเพื่อรักษาอุณภูมิของผัก

ไม่ให้เน่า เราก็จะขุดจากอีกที่นึงแล้วเอาไปฝังไว้อีกที่นึง แปลกดี เพิ่งเคยเห็น ดีใจที่ได้เห็น และได้ทำหลายอย่าง

ที่ฟาร์มนี้

เก็บหัวไชเท้า (Radish) น่ากินมาก มาวูฟนี้ได้รู้จักกับ wwoofer คนไทยด้วย ชื่อฝ้าย

คือฝ้าย เคยทำงานประจำ แล้วลาออกจากงานในขณะที่ทำงานมา 7 ปี!

คุยถูกคอมาก เป็นการได้มาเจอคนแนวเดียวกัน ที่สนุกมาก เหมือนรู้จักกันมาก่อน

แต่ฝ้ายมาที่ฟาร์มก่อนและกลับก่อนเรา ก็เลยไม่ได้ไปเที่ยวด้วยกัน แต่ได้ทำงานด้วยกัน

เราช่วยกันเก็บหัวไชเท้า แล้วเอาไปเรียงไว้ใต้ดินที่ขุดเตรียมไว้อีกที่นึง เพื่อเก็บรักษาผักในหน้าหนาว

คือ สนุกอะ ตอนดึงหัวไชเท้า ออกมาจากดิน มันง่ายมากๆเลยนะ 555

Packing สินค้าเพื่อส่งให้ลูกค้า น่าอิจฉาคนในพื้นที่ที่ได้กินผักปลอดสารพิษจากสวน

เราช่วยกันล้างผัก และก็ packing ใส่กล่องจัดเป็นชุดๆ มีทั้งเอาไปส่งให้ลูกค้าประจำโดยตรง

และก็เอาไปวางใน store แต่ส่วนใหญ่แค่ลูกค้าโดยตรงสั่งก็เยอะแล้ว

ราคาผักจะสูงกว่าผักทั่วไปนิดหน่อย ก็เหมือนกับไทยนี้แหละ ที่ราคาผักปลอดสารพิษจะราคาสูง

กว่าผักทั่วๆไป ก็ไม่แปลก เพราะผักปลอดสารพิษก็เหมือนงาน handmade ไม่ใช้สารเคมีเพื่อการเติบโต

ของผลผลิตที่เหมือนๆกัน เหมือนโรงงาน แต่ใช้แรงงานคนในการสร้างขึ้นมา บางครั้งอาจจะเจอ

พวกแมลงหรือหนอน แต่ก็เชื่อได้ว่าปลอดภัย 100% แถมสดมาก และอร่อยมากๆด้วย

ตอนแรกเคยคิดว่า ญี่ปุ่นน่าจะมี organic farm เยอะมาก แต่จริงๆแล้ว มีแค่ 1% เท่านั้น

ซึ่งก็ไม่ต่างกับประเทศไทย มีหลายอย่างมากทีคิดว่าประเทศเราต่างกัน แต่เท่าที่คุยกับคนญี่ปุ่นมา

ชีวิตก็ไม่ต่างนะ ความคิดก็ไม่ต่าง แต่ก็ยังมีบางอย่างที่ต่าง อย่างเช่นทำไมเค้าสามารถแยกขยะกันได้ทุกบ้าน

แม้กระทั่งเรื่องการเมือง บางคนก็ไม่ชอบผู้นำของเค้า เหตุผลเพราะ ผู้นำให้ในสิ่งที่ประชาชนไม่ต้องการ

นี่คือผักที่เอาไปวางขายในห้าง เป็นลักษณะฝากขาย จะมีหลายๆฟาร์มเอามาผักมาวางขาย โซนนี้จะเป็น

ผักปลอดสารพิษที่มาจาก farm organic ทั้งหมด มาจากเมืองนี้หรือเมืองใกล้เคียง น่ากินมากก

ส่วนใหญ่เค้าก็ทำการตลาดกันเองนะ ก็คงคล้ายๆที่เราขายกระเป๋าแหละ มี product และก็ทำการตลาดเอง

ขายเอง ผักก็เช่นเดียวกัน เป็น product อย่างหนึ่ง แต่เป็นของสด ที่กินแล้วหมดไป

Manmaru Farm แปรรูปผลผลิตออกมาเป็น แยม นำ้ผักแครอท เส้นอุด้ง เราได้ลองชิมแล้ว อร่อยมาก

ที่ญี่ปุ่น การที่จะได้ license ยากมาก และแพงมากด้วย เราบอก Naofumi ว่าให้ทำฉลาก ทำแบรนด์สินค้า

เค้าบอกว่า ใช่ เค้าอยากทำ แต่ต้องใช้เงินเยอะมาก และก็ต้องผ่านการตรวจสอบมากเยอะมาก

ต้องรอให้พร้อมกว่านี้ ทำแล้วถึงจะคุ้ม แต่ทุกวันนี้ เท่าที่เห็น ก็ขายเยอะมากแล้วนะ 555

คุยกันเยอะมาก Naofumi สงสัยมากว่าเราขายกระเป๋ายังไง ก็ได้พูดคุยแลกเปลี่ยนกันมากมาย

ซึ่งปัญหาของญี่ปุ่นก็ไม่ต่างกับเรา ไม่ใช่ว่าประเทศเค้าที่ดูจะพร้อมไปซะทุกอย่าง แล้วอะไรๆจะดีพร้อมเสมอไป

เอาเข้าจริงๆแล้ว ญี่ปุ่นเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่า จะเริ่มต้นอย่างไร หลายๆผู้ประกอบการที่มี product ที่ดี

เป็นของตัวเอง แต่ก็ต้องพยายามสร้างแบรนด์เหมือนกันทั้งโลกเช่นกัน เราแค่จะสื่อว่า โอกาสในประเทศไทย

ไม่ใช่ด้อยกว่าใครเลย แค่อย่าดูถูกตัวเอง และพึ่งพาตัวเองให้มากที่สุดก็พอ

Kanji teach me to say Oishiiii

ประมาณว่า ถ้าจะพูดว่า โออิชิ (โออิชิ แปลว่า อร่อย) สามารถพูด ได้หลายระดับนะครับ คันจิ บอกมา ^^

บ้านนี้อบอุ่นมาก คืออยู่ละไม่อยากกลับเลย Sawa กับ Kanji น่ารักมาก อาหารไม่ซำ้กันซักมื้อ

Sawa เป็นพี่สาวชอบเต้น hip-hop กล้าแสดงออก ส่วนน้องชาย Kanji ขี้แกล้งมาก ละชอบมีโมเม้นเรียกร้องความสนใจ

ประจำ แต่พ่อแม่ ก็ไม่สนใจนะ คือเวลาลูกต้องการเอาแต่ใจ เค้าจะปล่อยให้ร้องไป เดี๋ยวก็หยุดเอง 555

 

นี่คือถั่วแดงที่เราเก็บกันวันแรก เอามาตากแดดอยู่หลายวัน และก็กะเทาะเปลือกออก จนได้แต่ถั่วแดง

เอาไปทำเป็นถั่วกวนกินกับขนมปัง อร่อยมาก โชคดีมากที่ได้กิน ขอบคุณมาก^^

 

วันนี้มาเอาไม้ฟรี ใบไม้ฟรี ที่โรงงานผลิตอะไหล่รถยนต์ ลุงคนนี้เคยทำงานที่โรงงานนี้มาหลายสิบปี

วัฒนธรรมการทำงานของญี่ปุ่นคือ บริษัทจะจ้างคุณทำงานจนแก่กันไปเลย สวัสดิการดีมาก

แต่ก็แลกมาด้วยความอิสระในชีวิตที่ต้องทุ่มเททั้งชีวิตให้กับ company

ไม่แปลกใจที่ คนญี่ปุ่นทำงานหนัก และ แข่งขันกันสูงมาก

Shimpei (ชิมเป) เป็นเพื่อนของ Naofumi ชิมเป บอกว่า ที่อเมริกา มี freelance 60% แต่ญี่ปุ่น มีแค่ 25%

ชิมเป เป็นคนนึงที่ทำงานใน company และมีงานอื่นด้วย

ในสังคมญี่ปุ่นชิมเปบอกว่า ไม่สามารถพูดได้ว่า คุณทำงาน 2 งาน เพราะเหมือนกับไม่ซื้อสัตย์กับงานหลัก

ก็คือ company นั้นเอง เรียกว่าเป็นความลับเลยทีเดียว ชิมเปคิดว่า วันนึงคนญี่ปุ่นจะหันมาเป็น freelance

มากขึ้น แบบว่าไม่ต้องทุ่มเทให้กับ company มากขนาดนั้นก็ได้ ฟังๆดูแล้ว คิดไปคิดมา ประเทศไทยเรา

ถือว่ามีดีในแบบของเรานะ เราเป็นบ้านเมืองที่ อะไรก็ได้ กลางๆ มีหย่อนมากกว่า ถึงแม้จะหย่อนมากๆๆ 555

เคยรับรู้ความรู้สึกของเพื่อนนักออกแบบหลายคนในประเทศไทย คิดว่าเราไม่มีโอกาสมากเหมือนชาวต่างชาติ

ความจริงแล้ว เราโคตรดีเลย จริงๆแล้วนักออกแบบไทยเก่งมาก แต่ชอบคิดว่าชาวเมืองนอกเก่งกว่า

จริงๆแล้ว ไม่ใช่เลย เรามีโอกาสมากกว่าด้วยซำ้ แต่ติดที่ระบบบ้านเมือง คนเก่าคนแก่ที่มีอำนาจเกี่ยวกับเมืองมากกว่า

ที่เค้าไม่รู้ว่า บ้านเมืองเรามีอะไรดี แต่ถึงอย่างนั้น เราก็ทำอะไรไม่ได้มาก นอกจาก หาช่องทางออกไปด้วยตัวเอง

ซึ่งทุกคนก็สามารถทำได้

กระเป๋านักเรียนที่ชิมเป เป็นคนเย็บกับมือ ชิมเปทำงานในโรงงานผลิตกระเป๋า ถ้าลองจินตนาการดู

ก็เหมือนโรงงานใหญ่ๆทั่วไปในไทยนั้นแหละ แต่สถานะความสำคัญต่างกัน

ที่ญี่ปุ่นมองว่าช่างเย็บเป็นบุคคลที่สำคัญมาก ค่าแรงสูงมาก แม้แต่ช่างก่อสร้าง

แต่ของไทยคือ คนงาน ก็คือแรงงานรายได้น้อย

พรุ่งนี้ฝ้ายจะกลับก่อนเรา วันนี้เราทำอาหารไทยตอบแทนบ้าง บอกเลยว่าเราทำอาหารไม่เป็นเลย

แต่ก็ช่วยฝ้าย ทำแกงเขียวหวาน ไม่มีมะเขือ และ ใส่มันแทน ไก่ และก็ผงสำเร็จแกงเขียวหวาน

ฝ้ายบอกว่า เค้าไม่รู้หรอกว่า ของอร่อยจริงๆเป็นยังไง แค่เค้าได้กิน ก็คืออร่อยทุกอย่าง

ตรรกะนี้ใช้ได้นะฝ้าย555

มาอยู่ฟาร์มนี้ ได้แลกเปลี่ยนอะไรหลายๆอย่างกับคนที่นี่มาก คือเราทำกระเป๋าขาย เป็นเจ้าของธุรกิจส่วนตัว

Naofumi แนะนำเราให้เพื่อนเค้ารู้จักเยอะมาก ส่วนใหญ่เป็นเจ้าของกิจการอื่นๆ หลากหลาย

เป็น connection ที่ดีจริงๆ ขอบคุณมากๆ ^^

วันนี้เราไปร้านขนมปังกัน คือเป็นร้านเล็กๆในชนบท เรียกว่าบ้านนอกเลย ร้านเล็กๆ น่ารัก ตกแต่งร้านเท่ด้วย

คือบางทีเค้าอาจจะตกแต่งร้านแบบมั่วๆก็ได้นะ แต่เพราะ cuture ของเมืองและชีวิต ทำให้คนต่างเมือง

อย่างเราเห็นว่ามันเท่มาก ขนมปังอร่อยมากๆด้วย คือเจ้าของร้านก็ทำงานประจำนี้แหละ

เปิดร้านขายขนมปังที่ทำเองเป็นเวลา แต่จำไม่ได้ละว่าเปิดวันไหน เวลาอะไร ^^

รูปซ้าย คนนี้เป็นคนทำกาแฟ น่ารักมาก เอากาแฟมาแลกผัก เอากระเป๋าไปแลกกาแฟ win win กันทุกฝ่าย555
นี่คือกาแฟของเค้า Moka_SOWACAFE Coffee and Roaster

ด้านขวาคือเพื่อนของ Tomoko เปิดร้านอาหาร organic วันนี้เราก็เอาผักมาส่งกัน

ร้านนี้ใช้ผักปลอดสารพิษ เปิดเป็นเวลาเหมือนกัน คือเรามองว่าธุรกิจกำลังเดินทางมาถึงจุดเปลี่ยนแปลงใหม่

ที่ไม่ใช่แค่ทำธุรกิจแล้วต้องรวยจนไม่มีเวลา แต่การทำธุรกิจที่รักจริงๆ คือเราต้องมีรายได้ที่สมควร

และยังมีเวลาให้กับชีวิตอันสวยงามของเรามากกว่า นั้นถึงเรียกได้ว่า เป็นธุรกิจที่เรารักจริงๆ

ถ้ารวยมากเกินแล้วเหนื่อยแสนสาหัส ไม่มีเวลาจนเครียด แต่สุดท้ายก็แล้วแต่ใครจะเลือกแหละ

เพราะคนเรามีความต้องการแตกต่างกัน คือเราก็ทำธุรกิจ จนรู้ว่าบางครั้ง เราต้องเลือกบางอย่างและปล่อย

บางอย่างเหมือนกัน เพื่อชีวิตที่ดีที่สุด สรุปคือถึงแม้ว่าจะทำธุรกิจ

เราก็สามารถสร้างความสมดุลให้กับชีวิต และทุกๆอย่างได้ นั้นคือสิ่งที่เราต้องการมากกว่า

ร้านนี้น่ารักมาก เป็นเพื่อนกับ Tomoko ร้านอยู่ตรงข้ามร้านอาหาร organic นั้นหละ

ร้านนี้มีหุ้นส่วน 6 คน มีผลงานแตกต่างกันไป เซรามิค รองเท้า เสื้อผ้า กระเป๋า งานเย็บ งานผ้า มีผ้าพันคอ

ที่ผลิตจากสีของผักด้วย น่าใช้มาก คือเราไปยืนอยู่ในเวลาที่งาน festival ประจำเมือง ผ่านไปแล้ว ก็เลยยังไม่เห็นว่า

เวลาเมืองนี้มีงานใหญ่ๆ คนจะเยอะมากแค่ไหน แล้วเป็นคนมาจากที่ไหนบ้าง แต่เท่าที่คุยกับคนท้องถิ่นมา

คือคนจะมาเยอะมาก เป็นเมืองท่องเที่ยวเมืองนึงเลย

 

ฟาร์มนี้ story เยอะมาก วันนี้ ชิมเป พาเที่ยว Mashiko ^^

เลือก ฟาร์ม ไม่ผิดจริงๆ มาเมืองนี้คือ เป็นเมืองของงาน craft เลย เป็นเมืองเครื่องปั้นดินเผา เมืองศิลปะ

crafter อาศัยอยู่เยอะมาก เท่าที่เจอคนที่นี่มา ก็จริงนะ ประมาณว่าเมืองนี้อยู่ขอบๆโตเกียว

ค่าครองชีพถูกกว่าโตเกียว อยู่ง่ายกว่าโตเกียว คือออกมาจากโตเกียวไม่นาน ก็สามารถเจอชนบทได้ง่ายๆ

ศิลปะ ก็จะมากระจุกตัวอยู่ที่นี่เยอะมาก และร้านนี้เป็นร้านที่ชิมเป เอากระเป๋าหนังมาวางขาย
http://www.pejite-mashiko.com เจ้าของร้านก็เป็นเพื่อนชิมเปนั้นหละ

ชิมเปพาทัว Mashiko คือโชคดีมาก สถานที่แรกก็เจอของดีเลย

ที่นี่เป็นโรงย้อมผ้าสีคราม ที่เรียกว่า indigo ตอนเข้าไปข้างใน กำลังมีศิลปินท่านหนึ่ง

กำลังสาธิต การย้อมสีคราม แต่ไม่กล้าถ่ายรูป ก็เลยไปหารูปบ่อใน google มา

คือเหมือนกับที่เห็นเลย ดูเก่าแก่มาก ไม่แปลกใจ ทำไมสินค้าญี่ปุ่นมีคุณภาพและราคาไม่ธรมดา

จริงๆของไทยก็มีของเจ๋งมากเหมือนกัน แต่ส่วนใหญ่ชาวบ้านไม่รู้วิธีในการต่อยอด

ผู้ใหญ่ใจดีก็คอยช่วยกันแบบ ครึ่งๆ กลางๆ

ที่นี่ผลิตเซรามิค น่าสนใจมาก เพิ่งเคยเห็นโรงทำเซรามิคที่เก่าแก่ขนาดนี้ ตอนเข้าไปดูก็โชคดีมาก

ที่มีทีมงานกำลังบรรยายเกี่ยวกับงานเซรมิคของที่นี่ มีคนจากบริษัทมาดูงาน

เรากับชิมเป ก็เลยได้เนียนฟังด้วยเลย โชคดีมีทั้งงาน มีทั้งล่ามคอยแปลให้555

สีเซรามิคของเมืองนี้จะเป็นสีเขียวนำ้ตาล จะรู้เลยว่า เป็นเซรามิคมากจาก mashiko

เราถามชิมเปว่า ทำไมบางทีเซรามิคถึงมีราคาแพง มันขึ้นอยู่กับอะไร คุณภาพ วิธีการผลิต

หรือเทคนิคอะไร คำตอบคือ ไม่เกี่ยวเลยคะ ราคาขึ้นอยู่กับศิลปิน เราก็แบบ โอเค งั้นเข้าใจละ

มันก็เหมือนกับงาน painting นี่แหละ ศิลปินก็คือศิลปิน ถ้ายูชอบศิลปินท่านนี้

ชอบผลงานของศิลปินท่านนี้ หรือไม่ว่าด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม คุณพอใจจะจ่ายให้กับศิลปินด้วยราคา

ที่เป็นแค่ตัวเลขเท่าไรก็ตาม มันก็คือความพอใจของทั้งสองฝ่าย

คือดูแพงมากอะ Tomoko แอบฝากเงินมากับชิมเป บอกว่า ให้ Bellta ซื้อเซรามิคกลับบ้านนะ

น่ารักมากกก คือ Tomoko บอกว่า Bellta ให้กระเป๋า แล้วอยากตอบแทนเราบ้าง

เราก็เลยได้แก้วกาแฟมา ประมาณ 500 บาท คือถ้าดูราคาแพงก็จะแพง แต่ถ้าจะดูราคาถูกก็ถูกได้

เพราะมันมีค่ามากกว่าเงิน เพราะการเดินทางทำให้เราได้แก้วใบนี้

มีร้าน design เยอะมาก น่าสนใจเยอะมาก หนังสีขาวคือหนังแท้ที่แพงแบบงงว่าทำไมแพง ชิมเปบอกว่า

เป็นหนังแท้สีขาว คือเป็นหนังสีขาวจริงๆที่ไม่ได้ฟอก หรือหนังแท้ก็มีหลายประเภทไง เพิ่งรู้เหมือนกัน

ก็เลยเข้าใจว่าทำไมราคาสูงมาก ทั้งๆที่หน้าตามันธรรมดามาก

สวยงาม ไม่กล้าเข้าใกล้เลย กลัวตกแตก555

มีร้านตัดผม organic ด้วยนะ ธรรมดาที่ไหน ยังนึกไม่ออกว่า มัน organic ยังไง555

แต่เท่าที่เห็นร้านตัดผม และเคยได้ยินมา คนญี่ปุ่นให้ความสำคัญกับสิ่งเหล่านี้มาก

และคือ ค่าตัดผมแพงมากๆด้วยนะ เราเคยตัดผมเองที่ญี่ปุ่น เราบอกเพื่อนว่า ตัดเองก็ได้

เพื่อนก็งง คือเค้าต้องเข้าร้านกัน ไม่มีใครเขาตัดเอง ก็ซิมโทรศัพท์ เรายังตัดกันเองเลย

แค่ผมตัวเอง ทำไมจะตัดไม่ได้ละ 555

ชิมเป ชอบของ vintage นางพามาร้าน vintage หลายร้าน มีของน่าสนใจเยอะมาก

ก่อนไปร้านชิมเป แวะกินบะหมี่กัน ก็แนะนำกันไปใครเป็นใครทำอะไร เจ้าของร้านบะหมี่สะสมเซรามิคเจ๋งๆ

เยอะมาก มีมาจากไทยด้วยนะ จำไม่ได้แล้วจังหวัดไหน

 

มาถึงแล้ว นี่คือร้านของชิมเป PAISANO
คือพีคมาก นางเปิดวันอาทิตย์วันเดียว ไม่พอ เปิดแค่เวลา เที่ยง ถึง 6โมงเย็นคะ 55555

ชิมเป เป็น pro ช่างเย็บ แน่นอนนางมีจักรเจ๋งๆในครอบครอง และแน่นอน นางรู้แหล่งจักรดีๆ

ชิมเป ทำกระเป๋าหนัง handmade เป็นหนังชั้นดี จากอิตาลี คุณภาพคือเนี้ยบมากมาย ถ้าใครมีเงินพอจะซื้อหาได้

แนะนำเลยคะ unique มาก สะสมได้เลย ชิมเปทำงานเป็นช่างเย็บในบริษัทผลิตกระเป๋านักเรียน

เปิดร้านของตัวเองไว้ 1 ร้าน กำลังทำ brand ขึ้นมา ชิมเปบอกว่า ต้องการพร้อมเรื่องตัว product ก่อน

และต้องศึกษาเรื่องการตลาดต่อไป คุยกันไปเรื่อย จนกระทั่ง Naofumi มารับกลับบ้าน

 

แต่ก่อน Naofumi มารับ ก็เดินเที่ยวรอบๆร้านชิมเป เมืองนี้เล็กๆ เดินถึงกันง่ายมาก

มีทั้งร้านขายของ ร้านอาหาร ทุกร้านน่าสนใจมากๆ

เป็นเมืองที่ชิวสุดๆ

เดินมาถึงสัญลักษณ์ของ Moka ก็คือหัวจักรรถไฟนั้นเอง จอดอยู่เป็น logo ของเมืองนี้กันไป

คือมาบ้านนี้ มีแต่ได้กับได้จริงๆ เปิด photo booth ให้เด็กๆถ่ายรูปเล่นกัน

strawberry pocky คือ แรงบันดาลใจ ให้เรากลับมาที่นี้อีกครั้งในหน้าหนาว เพราะ Naofumi บอกว่า

Tochigi คือ แหล่ง strawberry เลยหละ อิอิ

Sawa เอาหนังสือมาดูวันเกิดเราให้ วันที่ 24 เดือน 4 แต่ไม่รู้แปลว่าอะไร 5555

และครอบครัวนี้ก็น่ารักมากมาย เดินทางกลับโตเกียว ต้องออกจากบ้านตั้งแต่เช้ามืด มีการทำโค้งแสดง

ถึงการออกจากบ้านแล้วนะ น่ารักมาก มาส่งถึงสถานีรถบัส ยังรอจนโบกไม้โบกมือจนรถวิ่งลับไป

คือเคยอ่านบล็อกว่า คนญี่ปุ่น จะแสดงการจากลากันแบบนี้ นี่เจอของจริงเลย นำ้ตาไหลอ่าา555

 

มาถึงโตเกียว ก็พุ่งมางานนี้ก่อนเลย ชิมเป มีบัตรเชิญเข้าดูงาน textile ที่โตเกียว เพราะบริษัทส่งมาดูงาน

ก็เลยชวนเราไปดูด้วย ได้เจอเพื่อนของชิมเปอีก ทำกระเป๋าหนังเหมือนกัน ออกจากงานมาหากินเอง พักอยู่เมือง chiba

เพราะค่าครองชีพถูกกว่า โตเกียว คือนางขายออนไลน์ด้วย และ เป็นครูสอนด้วย คือนางก็เป็นอีกคนที่ไม่เลือก

company life

 

ดูงานเสร็จ ก็กลับเข้าบ้าน เริ่มโปรแล้วนะ เดินเข้าบ้านทางลัดได้ละ 555

หลังจากนี้ก็ยังอยู่ทำงานที่โตเกียวอีก 1 week ชิวๆ และไปต่องานที่ฮ่องกง ^^
.
.
.
. อันนี้แถม ^^

24 Dec 2015 พอกลับมา กทม ชิมเป มาฮันนีมูน ที่ไทย เรากับฝ้ายพาไปกินส้มตำกัน
คนญี่ปุ่นนี่เค้ากินเกลี้ยงทุกจานจริงๆนะ

 

พื้นที่ตรงนี้เราเป็นคนหว่านเมล็ดไว้ก่อนกลับโตเกียว เมื่อวันที่ 24 Nov 2015

7 Dec 2015 ผ่านไป 2 week Naofumi ส่งรูปนี้มาให้ มันงอกขึ้นมานิดนึงแหละ ดีใจมาก555

 

17 Feb 2016 winter trip เราไปที่ฟาร์มนี้อีกครั้ง มันโตขึ้น


17 Feb 2016 winter trip
[Hokkaido airbnb] Strawberries picking,เที่ยว Nikko, First time Ski ! : Winter in Japan 2016

 

1 April 2016 พอเริ่มเข้าหน้าร้อน เหมือนจะโตเร็วขึ้น
Naofumi เคยบอกว่า ผลผลิตจะเติบโตดี ในอุณหภูมิที่อบอุ่นนั้นเอง

 

1 June 2016 พอกลับ กทม Naofumi ส่งรูปนี้มาให้อีก คือรู้สึกแบบ เป็นฟาร์มของตัวเองอะ คือหว่านเองแล้วเห็นมันโตขึ้น

 

6 June 2016
ในที่สุดก็ถึงเวลาเก็บเกี่ยวแล้ว สวยงามมาก ผลผลิตจากตรงนี้ก็คือเส้นอุด้งนั้นเอง อร่อยสุดๆ ^^

ขอบคุณมากๆๆๆ กับทุกสิ่งทุกอย่าง กับทุกๆคน ARIGATOU GOZAIMAZU!!!

See you next time ^^
 

[In Bed With Designers] HongKong – Macau : Autumn in Japan 2015 Past 11 [END]
 
 

Writer : Bellta
https://www.facebook.com/pennapa.shotlersuk

BelltaStudio
http://belltastudio.com

Instagram @BelltaTravel

Thanks!

(Visited 240 times, 1 visits today)

Share your thoughts