เราเริ่มขายของบน amazon มาไม่นาน และเริ่มต้นอย่างระมัดระวังมาก
เพราะรู้สึกว่า มีคนเจอปัญหากับ amazon เยอะมากเหมือนกัน

 
วันนี้มีคนใกล้ตัว คือเพื่อนเราเอง ก็เจอปัญหามาเหมือนกัน
นั้นคือ ไม่รู้ว่า เงิน 1416.05 บาท หายจากบัญชีธนาคารไปได้ยังไง
พอตรวจสอบดูแล้วก็พบว่าโดน amazon ตัดเงินไปนั้นเอง

 
สอบถามดูแล้ว เพื่อนเราบอกว่า ไปกดเลือกผู้ขายเป็นแบบ Professional โดยที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลย
ไม่รู้ด้วยซำ้ว่า ตัวเลข $39.99 นั้นคืออะไร แค่คิดว่าสมัครไปก่อน ยังไม่ทำอะไร
แต่ไม่คิดว่า จะถูกตัดเงินเมื่อถึงเวลา

นี่คือความผิดของเพื่อนเราล้วนๆ การที่เราไปสมัครอะไร โดยที่ไม่ได้อ่านรายละเอียด
ข้อตกลง แถมเป็นภาษาอังกฤษ และตัวหนังสือเยอะแยะแค่ไหน เราก็ต้องอ่าน และทำความเข้าใจ
ให้ดีก่อนสมัครอยู่แล้ว แต่เพื่อนเรา คือขี้เกียจอ่าน เพราะมันเยอะมาก งง สับสน
กดทุกอย่างมั่วไปหมด เพราะฉะนั้น โทษตัวเองคะ ยอมรับผิดไปแต่โดยดี
 

พอเราคุยถึงที่มาที่ไปแล้ว ก็ได้บทสรุปว่า สิ่งที่ต้องแก้ไข
คือ ต้องเปลี่ยนบัญชีผู้ขายจาก Professional เป็น Individual

การขายบน Amazon มี 2 อย่าง เอาสั้นๆคือ
Professional คือเสียค่าธรรมเนียมรายเดือน เดือนละ $39.99
Individual คือ เสียค่าธรรมเนียมตามรายการสินค้า เมื่อขายได้

 
Amazon จะแบ่งแยก ผู้ซื้อ กับ บัญชีผู้ขาย ออกจากกันอย่างชัดเจน
เวลาเราเป็นผู้ซื้อ เราจะเข้าไปที่ Amazon.com (อเมริกา) ปกติ
แต่เวลาเราเป็นผู้ขาย ถ้าเราจะเข้าไปจัดการระบบบัญชีผู้ขายของเรา
เราต้องเข้าไปที่หน้า Seller Central (https://sellercentral.amazon.com)

ที่เขียนตรงนี้ก่อน เพราะว่า เพื่อนเรา ไม่รู้แม้กระทั่งว่า ต้องเข้าไปที่ บัญชีผู้ขายตรงไหน

 
Amazon คือขายของทั่วโลก แต่แบ่งออกเป็นโซน เช่น

Amazon.com คือ พื้นที่ของ USA
Amazon.ca คือ ในส่วนของ Canada
Amazon.com.mx คือในส่วนของ Mexico รวมเป็น North America

Amazon.co.uk อังกฤษ
Amazon.de เยอรมนี
Amazon.fr ฝรั่งเศส และอื่นๆอีก รวมเป็น โซน Europe

Amazon.jp ก็คือ ญี่ปุ่น เป็นโซนเอเชีย นั้นเอง

มีอีกหลายโซนประเทศ ซึ่ง ทุก website เหล่านี้ จะมีหน้าตาที่เหมือนกัน แต่ถ้าสังเกตดีๆ
จะคนละภาษา แตกต่างสินค้า
เพราะ amazon แยกโซนขายชัดเจน สินค้าขายดีในอเมริกา อาจขายไม่ดีในยุโรป
หรือแม้สินค้าตัวเดียวกัน อาจเรียกชื่อกันคนละอย่างก็มี

ที่เขียนตรงนี้ เพราะเพื่อนเราก็ไม่รู้ตรงนี้เหมือนกัน งงไปหมด เพราะหน้าตา website มันคือ
shopping online เหมือนกันนั้นเอง

 

แต่ก่อนอื่น เราจะเข้าไปตรวจสอบบัญชีการเงินกันก่อน
เริ่มจากให้เข้าไปที่หน้า https://sellercentral.amazon.com
sign in เข้าบัญชีผู้ขาย และคลิกเข้าไปที่ปุ่ม View Payments Summary
เพื่อเข้าไปที่บัญชีการเงิน

 

พอเข้ามาที่หน้าบัญชีการเงินแล้ว ปรากฎว่า ไม่มียอดหนี้ค้างอะไร
เพื่อนเรา เพิ่งโดนหักเงินเปนครั้งแรก แสดงว่า amazon อาจจะนับว่าเป็นการเริ่มต้น
การขาย เพราะเพื่อนเราไม่เคยเอาเงินใส่ไว้ในบัญชีธนาคารนี้เลย
แต่ครั้งนี้คือ ขายของออนไลน์ได้จากเว็บหนึ่ง แล้วกำลังจะเป็นรายรับการขายของออนไลน์
ครั้งแรก แต่กลับโดน amazon หักเงินไปซะได้

เพื่อนเราใช้ Kweb ของ ธนาคารกสิกรไทย
Kweb card เสมือนเรามีบัตรเครดิต เอาไว้ใช้ทำธุรรรมออนไลน์
แต่สิทธิ์การใช้คือ เหมือนบัตรเดบิต (ต้องมีเงินในบัญชีก่อน)

ตอนแรกคิดว่า amazon จะสะสมหนี้หรือเปล่า แบบว่าเพื่อนเราสมัครตั้งแต่เดือน ตุลาคม ปี 59
วันนี้ ก็เดือน เมษายน ปี 60 ผ่านมาร่วม 6 เดือน จะสะสมหนี้รายเดือนหรือเปล่าไม่รู้
แต่ไม่มีรายการยอดเงินค้างอะไร ก็แสดงว่าไม่น่าจะมีการสะสมการค้างชำระอะไร

 

ต่อไปนี้คือวิธีการเปลี่ยน Professional เป็น Individual ให้กลับมาที่หน้า SellerCentral ก่อนอีกครั้ง
ไปที่ปุ่ม Setting แล้วเลือก Account info เพื่อไปดูสถานะผู้ขายของเรา

 

พอเข้ามาแล้ว จะเห็นรายละเอียดบัญชี amazon ของเรา
ตอนนี้เราจะเห็นว่า amazon.com.mx ของเพื่อนเราเป็นแบบ Pro อยู่
ดูจากบัญชีแล้ว นางกดมั่วมาก555

จากนั้นให้เข้าไปที่ Manage

 

ต่อไป กด Downgrade (Downgrade คือ การลดระดับสถานะบัญชี)

 

พอเรากดไปที่ Downgrade แล้ว ก็จะขึ้นหน้าตาแบบนี้ให้เรา ตอบรับปุ่มขวา Proceed to Upgrade

 

แล้วก็จะมีอีกหน้าขึ้นมาให้เรา confirm เราก็กด confirm Selling Plan Switch

สิ่งหนึ่งที่จะทำให้เราปวดหัวกับ amazon ก็คือ amazon จะพยามยาม นำเสนอข้อเสนอต่างๆ
ให้เราตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็น FBA (การส่งของไปไว้ที่โกดังของ amazon แล้วให้ amazon
เป็นผู้ส่งสินค้าให้ เมื่อขายของได้) หรือ Sponsored (คือการลงโฆษณาบน amazon)
ทุกข้อเสนอ เป็นสิ่งที่ดีคะ แต่เราต้องเข้าใจก่อนว่ามันคืออะไร ทำไปทำไม ควรทำมั้ย
แล้วต้องทดลองก่อน สำคัญเลยคือ เราต้องอ่าน ต้องรู้ให้แน่ใจก่อนทำอะไรก็ตาม
ภาษาอังกฤษไม่แข็งแรง ก็ใช้ google translate ช่วยได้ แปลคำศัพท์ที่เราไม่รู้ก็ได้
พลิกแพลงการใช้งานเครื่องมือการแปลด้วย เพราะ google ไม่ได้แปลให้เราได้ทั้งหมดเสมอไป

อย่างเช่นการแจ้งเตือนนี้บอกว่า เพื่อนเราได้ทำการเปิดใช้งาน FBA ไว้ ให้ตรวจสอบ
เกี่ยวกับ FBA เพราะว่าผู้ขายแบบ Individual ไม่สามารถใช้ FBA ได้

จริงๆ แล้วระบบ amazon เราคิดว่า ดีมาก แข็งแรงและใหม่ ขอแค่เราใช้ให้เป็น
เรียกว่าเป็นการทำธุรกิจจริงจังเลย ไม่ใช่แค่ขายของ

 

จากนั้นก็จะมี email มาแจ้ง การกระทำของเรา แล้วก็รอให้ระบบเปลี่ยนแปลงไปตามนั้น

บน amazon หรือแม้กระทั่ง website อื่นๆ บางครั้งเราใจร้อนเกินไปไม่ได้
ไม่ใช่ว่าเปลี่ยนปุ๊ป ระบบจะเปลี่ยนปั๊ป เราต้องคอยนิดนึงนะ เป็นเรื่องที่ดีแล้ว
สำหรับระบบที่ดี จะได้ไม่มีข้อผิดพลาด

จะเห็นว่า ตอนนี้สถานะผู้ขาย Amazon.com.mx กลายเป็น Inactive (ไม่ใช้งาน)
ส่วน Amazon.com กับ Amazon.ca กลายเป็น Pro แต่ขึ้นว่า Suspended (ระงับ)

ก็ยัง งงๆ อยู่เหมือนกันว่า ทำไมไม่ขึ้นเป็น Individual หรือต้องคอยก่อนหรือเปล่า
แต่อย่างน้อยตอนนี้ก็ได้ทำการหยุด Professional ไว้แล้ว ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร

ตอนนี้ก็เลยบอกให้เพื่อนตรวจสอบหน้าบัญชีดูว่า เป็นอย่างไร แล้วก็เสี่ยงดูเงินในบัญชีอีกซักที
ว่าจะโดนหักอีกมั้ย แต่คิดว่าไม่น่าจะโดนหักอีกแล้วแหละ

 
ต้องถือว่าเป็นบทเรียนสำคัญเลย ถ้าคิดว่าจะเรียกเงินคืนได้มั้ย เราก็ยังไม่ได้ลองกัน
แต่คิดว่า น่าจะยาก เพราะเราเป็นฝ่ายผิดเอง

แล้วถ้าใครโดนหักไปหลายพัน หลายเดือน ก็อาจจะลองติดต่อ amazon
ขอรับผิด แล้วเจรจาต่อรองดูก็ได้ ไม่แน่อาจจะได้เงินคืนก็ได้ อันนี้ต้องลองดูคะ

 
หวังว่าบทความนี้ จะช่วยผู้ที่ประสบปัญหานี้อยู่ได้บ้างนะคะ ^^

 
 

Writer : Bellta (ฝน)
https://www.facebook.com/pennapa.shotlersuk

BelltaStudio
https://belltastudio.com

BelltaStudio Amazon HandMade
https://www.amazon.com/handmade/BelltaStudio

Instagram @BelltaTravel

 
Thanks!

(Visited 172 times, 3 visits today)