[airbnb] เล่น Ski ครั้งแรกที่ Niseko Grand Hirafu Hokkaido : Winter in Japan 2016 Past 2 [END]

First time to go Hokkaido Snow Ski @ Niseko Mt. Resort Grand Hirafu
หลังจากไปเก็บสตรอเบอรี่กินสดๆจากฟาร์มที่ Tochigi แล้ว เราจะไป Hokkaido กันนน

[airbnb] Strawberries picking เก็บสตรอเบอรี่กินเองที่ Tochigi : Winter in Japan 2016 Past 1
 

ได้ยินคำว่า Hokkaido ตอนแรกๆก็ไม่ได้รู้หรอกว่า ชื่อมันคือ เกาะ Hokkaido แล้วมันก็คือจังหวัด Hokkaido นั้นแหละ
แล้วในเกาะ Hokkaido ก็มีเมืองหรือเขตต่างๆย่อยเข้าไปอีก เมืองที่เราจะไปกันทริปนี้คือ Sapporo และ Niseko
เพราะง่ายสุดต่อการไปเที่ยว Hokkaido ครั้งแรกละ ตอนนี้มีเที่ยวบินระหว่างประเทศจากประเทศไทยไปลงที่ Sapporo แล้ว
แต่ทริปนี้เราบินจาก Tokyo (Narita airport) to Sapporo (New Chitose Airport) by Peach airline ใช้เวลาประมาณเกือบ 2 ชม

จริงๆแล้วสนามบิน New Chitose Airport มันก็อยู่อีกเขตนึง พอไปถึงสนามบิน ต้องนั่งรถไฟเข้าเมือง Sapporo ประมาณ 1 ชม คือถ้าจะไปเล่น Ski ที่ Niseko เลย เราไม่จำเป็นต้องเข้าเมือง Sapporo ก็ได้ ถึงสนามบินสามารถตรงไป Niseko ได้เลย ก็น่าจะมีทั้งรถไฟ และรถบัส เข้าถึง เพราะเพื่อนเราไปเล่นสกีแบบนี้ เค้าไม่เข้าเมือง Sapporo แต่เรากับเพื่อนจะไปเที่ยวในตัวเมือง Sapporo ก่อน 1 วัน
 
 

Tokyo >> New Chitose Airport >> Sapporo Station >> Shin-Kotoni Station
เราต้องไปลงที่สถานี Shin-Kotoni Station เพราะจองที่พัก airbnb ไว้ที่นั้น ก็มีหลงๆอยู่นิดนึงตอนเปลี่ยนรถไฟจาก Sapporo เพื่อไป Shin-Kotoni

รู้สึกว่า Sapporo สงบมาก หรือมืดแล้วก็ไม่รู้ เหมือนเชียงใหม่ไรงิ รถไฟก็มีครบแต่ไม่ตูมตามเหมือน Tokyo ผู้คนก็ดูไม่ค่อยเร่งรีบมากเท่าไร เรื่อยๆ เฉื่อยๆ สบายๆ

เราสองคนก็มาแบบ 3 คืน เป๋าเล็กๆคนละใบ ออปชั่นกันหนาวต่างๆนี่ซื้อตามทางนะ ไม่ขนอะไรมาจากกรุงเทพฯเลย
จะใช้อะไรก็ค่อยซื้อ หมวก ผ้าพันคอ รองเท้า ถุงมือ เดินๆอยู่ของน่าซื้อก็ค่อยซื้อไรงิ เสื้อหนาวคุณนุ้ยนี่ เพิ่งซื้อตอนกลับจากฟาร์ม

มาเที่ยวหาหิมะ 3 คืน ก็ไม่มีไรมาก เสื้อหนาวที่กันหิมะได้ซัก 1 ตัวพอ นอกนั้นก็ Heattech ไง 5555 ให้ความอบอุ่นกับร่างกายได้ แถมเบาสบาย ราคาย่อมเยาที่ Uniqlo
 
 

Airbnb House in Sapporo

มาถึงที่พัก Airbnb แล้ว เจ้าของที่พักชื่อ Hitomi เป็นเพื่อนคะสึ ในวงการ airbnb host ก็เลยได้คนพาเที่ยวอย่างดีเลย Hitomi ลดค่าที่พักให้ เราก็เลยเอากระเป๋ามาแลก

นางน่ารักมากเลยนะ ทำ Paper welcome ที่มีชื่อเราอยู่ด้วย ทำแผนที่เที่ยวใกล้ๆที่พักให้ แล้วยังมีราเม็งแนะนำให้อีก นางบอกว่าเป็น Ramen สูตร Hokkaido ไรงิ อารมณ์ประมาณ มาม่าต้มยำกุ้งของเรานี่แหละ แบบว่าเอาไว้อวดชาวโลกได้ว่าประเทศเรามีอะไรดี ที่พักดีมาก ใกล้สถานีรถไฟ ใกล้ของกิน สะอาด ปลอดภัย มีคนไทยเคยไปพักแล้วด้วย

เราพักกันที่นี่ 3 คืน Hitomi จะพาเราไป Niseko และสอนเราเล่นสกีด้วย https://www.airbnb.com/rooms/5804503
 
 

AOBA CURRY SOUP

พอถึงที่พัก เก็บสัมพาระน้อยๆ ของเรากันเรียบร้อย Hitomi ก็พาไปกินร้านอร่อยเลย เป็น Curry Soup อร่อยมากกกกก
AOBA CURRY SOUP ใกล้สถานี Shin-Kotoni Station ดูหน้าตามันเหมือนจะเผ็ด แต่ก็ไม่เผ็ดมาก ไม่มัน แล้วออปชั่นต่างๆในชามก็ดูสดใส ข้าวก็อร่อย แนะนำเลยร้านนี้ หน้าตาดี และอร่อยสุดๆ จำไม่ได้แล้วว่าอยู่ตรงไหนแน่ แต่น่าจะเดินซัก 2 ช่วงตึกนี่แหละ
 
 

Sapporo City

เช้าวันใหม่ ที่เต็มไปด้วยหิมะอยู่รอบตัว วันนี้เรากับนุ้ยจะเที่ยวในตัวเมือง Sapporo กัน 1 วัน มีความสุขกับหิมะมาก555

เหมือนน้ำแข็งใสฟูๆ ที่มีทั้งสะอาดและไม่สะอาด บางทีเราเห็นภาพหิมะ เราก็จะเห็นแต่สีขาวๆ สะอาดๆ คือมันก็ขาวนั้นแหละ แต่นั้นก็คือธรรมชาติ หิมะตกลงพื้นละลายกลายเป็นน้ำ ตรงส่วนที่โดนพื้นโดนดินมันก็ดำๆ ตรงส่วนที่เราเดินเหยียบๆกันมันก็กลายเป็นเหมือนแผ่นน้ำแข็งลื่นๆ

เค้าถึงบอกว่าให้ใส่รองเท้าที่กันลื่นก็เพราะแบบนี้แหละ เพราะจริงๆแล้วพื้นที่ตรงที่เราเดินส่วนใหญ่หิมะมันจะลื่น
 
 

ตลาดปลา Nijo Market

สถานที่แรกวันนี้ ตลาดปลา Nijo Market กะว่าเช้าๆจะมาหาปูหาปลากิน ไอที่ถ่ายรูปมานี่ไม่ได้กินหรอก เพราะมันแพง แล้วไม่รู้ด้วยว่าต้องกินอะไรยังไง ร้านไหนอร่อย เมนูไหนดี ก็เลยยังไม่กินดีกว่า ไว้ไปรอบหน้าค่อยหาผู้รู้ไปด้วย แต่เช้านี้ก็จบที่ซูชิซักร้านที่นี่แหละ เอาจริงๆเราว่ามันก็คล้ายๆกันทุกร้านนะ คือทุกร้านก็ขายปูแบบนี้เหมือนกันหมด อยู่ที่ว่าจะกินร้านไหนเท่านั้นแหละ
 
 

Chocolate Factory

ต่อด้วย Chocolate Factory เป็นคนชอบกิน ชอคโกแลต ก็เลยเลือกมาที่นี่ แหม ชื่อก็บอกอยู่ว่าเป็นโรงงานชอคโกแลต ก็ต้องมาให้ถึงแล้ว ละคือไกลจากตลาดปลามาก ต้องนั่งรถไฟ ละต่อด้วยการเดิน ทุกอย่างได้ google map ช่วยล้วนๆ นั่งรถไฟมาลงที่ใกล้ๆที่สุด นอกนั้นเดินนนน คือเมื้อยมาก ละต้องเดินจิกเท้าด้วยง่ะ กลัวลื่น 555
 

ในโรงงานก็มีหลายชั้น เค้าทำตึกสวยนะ คือมันเป็นโรงงานจริงๆเลย แต่เค้าทำให้เหมือนแหล่งท่องเที่ยวแฟนตาซีได้อะ เราว่ามันสร้างสรรค์มาก ถ้าเป็นแค่โรงงานอย่างเดียวมันก็ดูเฉยๆ แต่พอสร้างให้เป็นเหมือนปราสาท แล้วเปิดให้คนเข้าไปชมโรงงาน มันเหมือนเราเข้าสวนสนุกอะ เห็นขั้นตอนการผลิต เห็นเรื่องราวที่เกี่ยวกับชอคโกแลต คนที่ไปเยี่ยมชมโรงงานเค้าก็อยากกิน อยากซื้อ โรงงานก็มีรายได้ด้วย มีแต่ได้กับได้ 555
 

ตอนแรกที่เห็นมุมนี้นะ คิดว่าเป็นการจำลองโรงงาน ยืนส่องอยู่ตั้งนาน นี่มันคนจริงๆนี่หว่า มันดูสะอาด และเป็นระเบียบมาก ทำให้รู้สึกเหมือนอยู่ในหนังเรื่อง Charlie and the Chocolate Factory อะ
 

พอขึ้นมาถึงชั้นบน ก็จะมีร้านขนมที่ทำจากชอคโกแลตในโรงงาน ใครละจะไม่อยากกิน ต่อคิวกันยาวมาก แต่ประทับใจสุดๆ อร่อยมากๆด้วย
 
 

Sapporo Beer Museum

ต่อจาก ชอคโกแลต ก็มาที่เบียร์ กะว่า dinner เลยคะ แต่..Sapporo Beer Museum ปิดปรับปรุงค่าาา ประทับใจมาก นี่ของโปรดสุดๆเลยนะ ก็ได้แต่ถ่ายรูปเล่นกันอยู่ข้างนอก
 

แต่ร้านอาหารเค้าก็เปิดนะ อาหารขึ้นชื่อของ Hokkaido ที่คะสึบอกมา ก็คือ..เนื้อแกะ!

ร้านอาหารมันเหมือนไปกินหมูกะทะ แต่นี่เป็นหมูทะแบบรวมทั้งหมูทั้งคนอะ คือร้านอาหารมันไม่ได้เปิดโล่งเหมือนบ้านเราง่ะ เค้ามีที่ระบายควันก็จริง แต่สภาพก็คือควันเต็มร้าน

คือข้างนอกมันหนาว พอเข้ามาในตึกก็จะอุ่น เราก็ต้องถอดเสื้อหนาวออก ในร้านเค้าก็จะมีถุงพลาสติกให้เราใส่เสื้อกันหนาว สรุปคือต้องอาบน้ำแล้วแหละวันนี้

เนื้อแกะก็ปกตินะ อร่อยดี กินกับเบียร์ โอ้โห…
 

เตรียมตัวกับที่พักจ้าาา เตรียมตัวไป Niseko พรุ่งนี้ ^^
 
 

Niseko

ไป Niseko ก็ต้องมาตั้งหลักกันที่ Sapporo Station ก่อน เราจะนั่งรถบัสกันไปจากที่นี่แหละ ประมาณ 2 ชม
 

ระหว่างนั่งรถไปนั้น ทางด้านคะสึกับเพื่อนไปถึงที่สกีนานแล้ว แถมส่งรูปบนยอดเขามาให้อิจฉาเล่น
 

ไม่รู้ชื่อภูเขาอะไร ลืม แต่เวลาอยู่บนยอดเขาก็จะเห็นแบบนี้แหละ น่าอิจฉาจริงๆ
 

มาถึงที่ Ski Resort แล้ววว
 

นี่คือ Niseko Mt. Resort Grand Hirafu ที่โด่งดังและมีชื่อเสียงมาก
 

ถ่ายรูปเล่นกันก่อนไปแต่งตัว เรามีเวลาน้อยเพราะไม่ได้พักที่ Resort เรามาแบบ ไปเช้า-เย็นกลับ เพราะฉะนั้นจะมีเวลาเล่นสกีแค่ 3-4 ชม ถ้าจำไม่ผิด เพราะไหนจะใส่ชุด ถอดชุด ไหนจะเดินได้แบบช้าๆอีก หมดเวลาแล้ว

เราว่าอากาศมันหนาวก็จริง แต่ก็ไม่มากเท่าไร แบบว่าถ้าเราอยู่ในที่ที่อากาศหนาวนานๆ ร่างกายเรามันจะปรับสภาพไปเองให้ชินกับความหนาว ยิ่งได้เล่นสกีด้วยแล้ว เหงื่อแตกฮะ เปียกทั้งตัว

ก่อนหน้านี้ก็งงๆว่า ลานสกี ทำไมต้องมีคำว่า Rosort เราคิดว่า ลานสกีก็เหมือนสนามกีฬาไรงิ สามารถไปเล่นแล้วก็กลับบ้าน ซึ่งก็ไม่ผิด แล้วก็คิดว่าบนยอดเขามีที่พัก แต่จริงๆแล้วที่พักก็คือ Resort มันอยู่ข้างล่าง

คนที่เป็นเล่นสกีจริงจังแบบคะสึ ก็ต้องจองที่พักข้างล่าง แล้วภูเขาแต่ละที่ที่เป็นลานสกี มันก็คือภูเขาจริงๆนั้นแหละ หิมะมันตกลงมามันก็ปกคลุมภูเขา นักสกีก็ไปสกีลงมากัน เป็นกีฬาชนิดหนึ่ง

แล้วการที่จะเข้าไปถึงภูเขา มันก็ไม่ใช่ง่ายๆ อยู่แล้ว มันก็คือต่างจังหวัด คือธรรมชาติ พื้นหิมะที่เหยียบส่วนใหญ่ก็ถูกไถด้วยสกี จนหิมะมันทับกันแบน พื้นแน่นไปเลย
 

ไปแต่งตัวกันนน Hitomi เช่าอุปกรณ์สกีไว้ก่อนแล้ว สำหรับ 3 คน คือถ้าเรามาแค่เล่นนานๆครั้ง เค้าจะมีให้เช่า อุปกรณ์ไม่ใช่น้อยเลยฮะ เสื้อ กางเกง รองเท้า ถุงมือ หมวก แว่น สกี ไม้สกี เราก็ใส่ทับๆไป ร้อนมาก555
 

ระหว่างรอคะสึลงมาจากยอดเขา Hitomi ก็เป็นคนสอนพื้นฐาน วิธียืน วิธีเดิน การทรงตัว การเบรก

บ้าน Hitomi อยู่ในที่ที่มีหิมะอยู่แล้วในหน้าหนาว เด็กๆทุกคนจะเล่นกันได้อยู่แล้ว เราว่ามันเหมือนขี่จักรยานแหละมั้ง ถ้าทรงตัวได้แล้ว ขี่ได้แล้ว มันก็ขี่ได้ตลอด สกีก็เหมือนกัน ถ้าเริ่มชินกับการทรงตัว ก็คงจะเล่นได้ตลอด แบบง่ายๆไรงิ

Hitomi บอกว่า ครั้งแรกก็แบบนี้แหละ แต่ถ้าได้จับซัก 2-3 ที ก็จะเล่นได้ปกติ
 

เที่ยงแล้ว คะสึลงมาจากยอดเขากับเพื่อนชื่อโนบิ เรานัดกันที่ห้องอาหารของลานสกีนี่แหละ คะสึกับโนบิเล่นสกีมา 20 กว่าปี จริงจังแบบสุดๆ คนญี่ปุ่นแทบทุกคนมีกิจกรรมที่ชอบเป็นของตัวเอง เค้าทำงานกันหนักก็จริง แต่จะต้องมีกิจกรรมหรืองานอดิเรกอะไรซักอย่างที่ชอบทำ

เราอยากขึ้นลิฟท์มาก คือ Gondola กับ Lift เนี้ย มันต่างกันตรงที่ Gondola มันจะเป็นตู้ๆ ส่วน lift เนี่ย มันจะเปิดโล่งๆ เราก็อยากขึ้น lift สิ ได้นั่งห้อยขา หน้าโดนอากาศเย็นๆ

แต่คะสึบอกว่า ยูไม่สามารถขึ้นลิฟท์ (เพราะเราเล่นสกีไม่เป็น) แต่อยากขึ้นอะ มาถึงนี่แล้วต้องได้ขึ้นลิฟท์ดิวะ555

เราคิดว่า Gondola เค้าทำให้คนขึ้นไปชมทัศนียภาพแล้วลงมาแบบสวยๆ แต่ลิฟท์เนี่ยให้คนที่เล่นสกีขึ้นไปแล้วก็สกีลงมา
 

คะสึก็เลยพาขึ้นลิฟท์ในระดับที่ต่ำเตี้ยเรี่ยดินที่สุด ระยะทางประมาณ 600 เมตร ใช้เวลาประมาณ 6 นาที
จริงจังขนาดไหน รูปนี้ถ่ายมาจากโปสเตอร์ในห้องน้ำบ้านคะสึอะ
 

ถึงจะไม่สูงมาก แต่มันก็ดีนะ เหมือนลอยอยู่กลางป่าที่มีหิมะท่วมๆ อากาศเย็นๆ เหมือนซานตาคลอส ชิวสุดๆ ไปเลย

แต่ตอนลงนี่บอกเลย ยังนึกไม่ออกว่าจะลงยังไง 5555
 

ภาพนี้เอามาจาก IG คะสึ บรรยากาศสวรรค์มากกกก
 
 

เพิ่งได้ลองทำ VDO จริงๆจังๆ ครั้งแรก เล่นไปเล่นมาได้มาแบบนี้ #iMovie

พอลงจากลิฟท์ก็ล้มเลยค่าา ก็สกีมันลื่นแล้วก็ไหลอยู่ตลอดเวลาเลย คือตอนลงมาเนี่ยล้มทุกท่าที่จะล้มได้ ตีลังกาม้วนตัว ม้วนหน้า ม้วนหลัง ทุกท่าจริงๆ คือพอขึ้นไปถึงแล้วอะ มันทำไรไม่ได้นอกจากสกีลงมา แล้วเราไม่เป็นเลยคะ โนบิก็สอนเดิน ช่วยกันไม่ใช้เราไปล้มถูกคนอื่น จริงๆถ้าเล่นสกีไม่เป็นแล้วขึ้นไปจะอันตรายมากนะ

คะสึก็พยามบอกให้ยืนยังไง เบรกยังไง แต่ Bellta ก็ไหลไปมั่วเลย ทำไมมันเบรกไม่ได้ แต่เวลาล้มเค้าไม่ค่อยช่วยนะ คือเค้าก็จะช่วยในแบบที่เค้าคิดว่าควรช่วย เค้าจะสอนให้เราลุกเอง วิธีล้ม ล้มยังไง วิธีลุก ลุกยังไง ไรงิ

เค้าบอกว่าเราอะ ยืนลงไป ไม่ได้สกีลงไป พอตอนหลังสุดที่ใกล้ๆจะถึงข้างล่างเป็นครั้งเดียวที่ไม่ล้มเลย เพราะสกีมันต้องย่อเข่านิดนึงละก็เอียงตัวสลับซ้ายขวาไรงิ แล้วก็ไม่บอกแต่แรก เจ็บไปทั้งตัวคะงานนี้ 555 ดีนะไอนุ้ยไม่ขึ้นมาด้วย ไม่งั้นละเมิ้งงง แต่สนุกมากๆนะ ^^
 
 

จบทริปสกีอย่างสวยงาม ขอบคุณทุกคนมากที่ช่วยสอนหลายอย่าง ตอนนี้เราได้เวลากลับ Sapporo กันแล้ว นอกจากปวดเนื้อปวดตัวจากการเล่นสกี ยังต้องนั่งรถบัสกลับอีก 2 ชม ค่าาา
 
 

พอถึง Sapporo ก็มาจบกันที่ Ramen dinner ความอร่อยปกตินะ หน้าร้านก็จะจัดแสงเขียวไปไหน ถ้ามาคนเดียวก็หลอนๆนิดนึงนะ 555
 
 

ค่ำคืนสุดท้ายกับเมืองที่เต็มไปด้วยหิมะ โคตรมีความสุขเลยยยย
 
 

ได้เวลากลับ Tokyo กันแล้วสินะ
 
 

เราคิดว่าจะมาเที่ยว Hokkaido มันก็มาได้หลายทาง ถ้าเทียบระหว่าง เครื่องบินในประเทศ กับ รถไฟ Shinkansen มันก็มีทั้งข้อดีและข้อเสีย

เครื่องบินราคาถูก ถ้าโปรโมชั่น รวดเร็ว แต่ก็จะช้าตรงที่ต้องต่อนู้นต่อนี่ก็หมดไปหลายชั่วโมง ส่วน Shinkansen ราคาแพง แต่ไม่ต้องต่อรถให้วุ่นวายมากมาย แต่เวลาก็จะเสียไปกับการนั่งรถไฟประมาณคืนนึง

แต่ Shinkansen นั่งสบายมากนะ เคยนั่งครั้งนึงจาก Kyoto ไป Tokyo 4000 บาท แพงมาก แต่สบายและเร็วมาก เหมือนบินได้

สำหรับทริปนี้ เราไปแค่ Tokyo-Hokkaido เครื่องบิน ก็ถือว่าโอเค เพราะ Shinkansen น่าจะเหมาะกับการซื้อตั๋วแบบเดินทางข้ามจังหวัดแบบไกลๆ ถึงจะคุ้มมากกว่า
 
 

พอมาถึง Tokyo ก็อาบน้ำนอนเลยคะ นิ่งไม่รู้จะนิ่งยังไง แล้วอีกประมาณ 2 วัน Hitomi ก็มาที่บ้าน มาทำอาหารกินกัน ฝนกับนุ้ยก็ทำอาหารไทย ลาบ แกงข่าไก่ ก็ไม่มีอะไรมาก เอาผงสำเร็จมาจากกรุงเทพฯ จ้าาา ฝนทำ นุ้ยยืนคุม 555 ส่วน Hitomi ทำอาหารญี่ปุ่น ข้าวซูชิ แล้วก็หมูอะไรไม่รู้ มีขนมหวานด้วย

คะสึบอกว่าอร่อยนะ ไม่อร่อยได้ไงละ ผงสำเร็จ แต่ก็บอกเราว่า ยูทำได้แค่จานนี้จานเดียว ดูถูกมากนะคะ เดี๋ยวเจอกันรอบหน้า ฝนทำกับข้าวเป็นนิดนึงแล้วคะ
 
 

ได้เวลากลับกรุงเทพฯ กันแล้ววววว จบด้วย ปลาดิบ กับ เบียร์ ของโปรด ที่ Narita Airport อีก 1 ชุด

See you next time ^^
 

 
 
Writer : Bellta (ฝน)
https://www.facebook.com/pennapa.shotlersuk

BelltaStudio: https://www.belltastudio.com

Instragram: @BelltaStudio

Instragram: @BelltaTravel

 
Thanks!

 
 
 

(Visited 24 times, 1 visits today)

Share your thoughts