ขายของบน Amazon กับ โครงการ JumpStart


 

ก่อนอื่น ต้องบอกก่อนว่า ไม่ได้มีผลประโยชน์อะไรกับโครงการนี้นะ แค่แนะนำช่องทางในการขายของบน Amazon เฉยๆ เวลาแนะนำเพื่อนๆ แล้วต้องเขียนหลายครั้ง ก็เลยคิดว่าเขียน blog ไปเลยดีกว่า แล้วค่อยส่งลิงค์ให้อ่าน ง่ายดี
 

โครงการ JumpStart เป็นโครงงานของ Amazon โดยตรง ดำเนินงานโดยทีมงานคนไทย หมายความว่า Amazon ส่งเจ้าหน้าที่คนไทยมาสอนผู้ขายคนไทยโดยตรง โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น

 
เรารู้จัก โครงการ JumpStart จากการได้ไปฟังสัมมนางานนึง ที่ธนาคารแห่งหนึ่ง
 
ทำความรู้จักกับ Amazon global selling ได้ที่นี่
https://services.amazon.co.th
https://www.facebook.com/THAIAGS/
 
 

เคยแนะนำเพื่อนที่สนใจขายของบน Amazon ให้ไปเข้าร่วมฟัง Day 1, เพื่อนถามว่าฟังเสร็จแล้วเค้าจะขายคอร์สมั้ย555 ก็เลยบอกไปว่า เค้าไม่มีการขายคอร์สใดๆทั้งสิ้น เพราะเค้าจะสอนเราฟรี แต่เรานี่แหละจะผ่านคัดเลือกให้เค้าได้สอนมั้ยมากกว่า
 

ก่อนหน้านี้เราเคยลงขายสินค้าบน Amazon แล้ว แต่ลงในหมวด Handmade ส่วนตัวรู้สึกว่า ตลาด Amazon ใหญ่มาก ลูกค้าชุกชุม ถือได้ว่าขายของได้ทุกอย่าง เพราะมันเปรียบเสมือนห้างใหญ่ๆ ห้างนึงที่มีของขายทุกอย่าง เป็นการย้ายลูกค้าจากในห้าง มาสู่ห้างในออนไลน์ ที่ชื่อว่า Amazon
 

แต่โครงการนี้เขาก็มีเงื่อนไขว่า ต้องเปิดร้านใหม่เท่านั้น เพื่อง่ายต่อการเริ่มต้นไปพร้อมๆกับแผนงานที่ทีมงานวางไว้ เราก็เลยจำเป็นต้องปิดร้านเดิม แล้วเปิดร้านใหม่
 

เรายอมเปิดร้านใหม่ และเข้าร่วม โครงการ Jumpstart เพราะต้องการรู้ว่า เขามีขั้นตอนในการสร้างร้านอย่างไร และต้องการรู้เกี่ยวกับวิธีการดูสถิติต่างๆ ด้วย
 

คือร้านเดิม ก็ขายของได้เรื่อยๆ นะ โดยที่ยังไม่เคยโฆษณาอะไรเลยด้วยซ้ำ เราจึงเชื่อว่า ถ้าดูสถิติ และวิเคราะห์เป็น น่าจะขายของได้ดีกว่าเดิม ตามที่ควรจะเป็น จึงกล้าปิดร้านเก่า แล้วเปิดร้านใหม่ พร้อมกับเข้าร่วมโครงการ
 

Amazon สนใจสินค้าไทยอยู่แล้ว เพราะเขารู้และเห็นว่าประเทศไทยมีสินค้า ที่น่าสนใจมากมาย แต่คนไทยยังขาดผู้แนะนำวิธีการขาย ก็คือยังขายไม่เป็น และใช้เครื่องมือต่างๆของ Amazon ไม่ถูกต้อง ก็เลยเกิดเป็น โครงการ JumpStart ขึ้นมา
 
 

โครงการ JumpStart จะเริ่มจาก เราส่งใบสมัครไปทางออนไลน์ก่อน แล้วทางโครงการจะเลือกจากความพร้อมของเรา ว่าเรามีความพร้อมแค่ไหน มีสินค้าอะไร เข้าใจเรื่องค่าใช้จ่ายในการลงทุนในช่วงแรกมั้ย เช่น มีค่าธรรมเนียมรายเดือน $39.99, ค่าส่ง FBA, ค่าโฆษณา ต่างๆ เข้าใจว่าทุกคนก็อยากลงทุนให้น้อยที่สุด แต่อย่าลืมว่า ธุรกิจก็คือธุรกิจ ต้องเข้าใจว่ามีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง มีกำลังลงทุนเท่าไร และควรวางแผนอย่างไร
 
เกี่ยวกับโครงการ JumpStart และ ช่องทางสมัครเข้าร่วมโครงการ
https://services.amazon.co.th/resources/jump-start-pro.htm/ref=asth_res_hnav_jumpstartpro
 
 

เมื่อผ่านการคัดเลือก ก็เข้าไปฟัง Day 1, Day 1 คือ วันแรกที่พบกับเจ้าหน้าที่ จัดแบบงานฟังสัมมนาเลย และเขาจะพูดให้เราฟังก่อน ว่าทำไมเราควรขายของบน Amazon มีขั้นตอนการทำงาน และมีแผนงานอย่างไรตามลำดับ ซึ่งเราก็ควรทำตามลำดับให้ตรงกัน จะได้สร้างร้านไปพร้อมๆกัน เพราะถ้าเราช้า เจ้าหน้าที่เค้าก็ไม่รู้จะดูแลเราอย่างไร และพูดถึงรายละเอียดว่าควรถ่ายรูปอย่างไร เขียนรายละเอียดสินค้าอย่างไรด้วย ต่อจากนั้นเราก็ต้องไปทำตามนั้น ด้วยตัวเอง
 

หมายความว่า เราต้องทำเองทั้งหมด เปิดร้านเอง ลงสินค้าเอง เพราะมันคือร้านของเราเอง แต่ทางโครงการเขาก็จะมีตัวช่วยหลายๆ อย่างมาแนะนำ เช่น บริษัทรับถ่ายรูป รับเขียน Content สินค้า และอื่นๆ เราก็จ้างเขาทำได้ แต่เราจะทำเองทั้งหมดก็ได้ ไม่มีการบังคับ
 

JumpStart จะแบ่งเป็น 3-4 อย่าง ที่ต้องทำ ตามลำดับ โดยการที่ให้เราไปทำการบ้านมา แล้วส่งให้เจ้าหน้าที่ นัดเข้าไปฟังสัมมนาตามหัวข้อ และลงมือทำจริง ด้วยตัวเอง โดยมีเจ้าหน้าที่สอนอย่างใกล้ชิด เพราะเราจะมีเจ้าหน้าที่ดูแลแบบตัวต่อตัวเลย เรียกว่า Account Manager แต่เจ้าหน้าที่ 1 คน ก็ต้องดูแลผู้ขายหลายคน นี่คือเหตุผลว่าทำไมเราควรมีวินัย
 
 

1. Day 1 ฟังหลักการ และ เตรียมตัวเปิดร้าน ถ่ายรูปสินค้า เขียน Content และเตรียมสินค้า เพื่อส่งไปสต๊อกที่อเมริกา ที่เรียกว่า FBA

 

 

 
 

2. ส่งสินค้าไปสต๊อกที่อเมริกา Fulfillment by Amazon (FBA)

 

 
 

3. กลยุทธ์การเปิดตัวสินค้า (ลงโฆษณาเบื้องต้น)

 
 

4. การเพิ่มยอดขาย (นำการลงโฆษณาเบื้องต้น มาวิเคราะห์ และปรับโฆษณาให้ตรงกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น)

 
 

จบแล้ว หลักๆ มี 3-4 อย่าง, ส่วนตัวเราคิดว่า การลงสินค้า กับ การส่งของ FBA ไม่ยากเลย เพราะมันเป็น How to ที่หาเรียนรู้ และทำเองได้ แต่การลงโฆษณา เราจำเป็นต้องเรียนรู้การดูสถิติ และวิเคราะห์เป็นว่า ร้านเรามีสิ่งที่ต้องปรับปรุงตรงไหนบ้าง เช่น มีการเข้าดูเท่าไร คลิกเท่าไร เกิดการซื้อเท่าไร….เพื่อนำมาวิเคราะห์ จะได้จ่ายค่าโฆษณาให้ตรงกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น และเพิ่มยอดขาย ต่อไป
 

เราจึงคิดว่า ถ้าใครได้เรียนคอร์สขายของบน Amazon ของที่ต่างๆ ที่เค้าเปิดสอนแบบเสียเงินกัน ให้ดูด้วยว่าเขาสอนการวิเคราะห์สถิติด้วยหรือเปล่า เพราะมันสำคัญตรงนั้นแหละ
 
 

แต่เราอยากเพิ่มนิดนึง คือ ก่อนที่จะตัดสินใจ ลงมือทำจริง สิ่งสำคัญอันดับแรกเลย คือ วิธีคิดที่ถูกต้อง เราเชื่อว่าทุกๆคน อยากมีชีวิตอิสระ เป็นนายตัวเอง ต่างๆ นาๆ ยิ่งปัจจุบันนับวัน Passion นี้จะยิ่งเพิ่มมากขึ้นๆ ด้วย
 

เราต้องถามตัวเองอย่างจริงจัง ว่าเราอยากขายของออนไลน์จริงๆใช่มั้ย อยากให้เป็นงานหลัก หรืองานเสริม สนใจ ชื่นชอบ และถนัด จริงหรือเปล่า เรียนรู้ถึงปัญหาไว้ล่วงหน้าหรือยัง
 

เพราะปัจจุบัน หลายคนจะชอบคิดว่า ขายของออนไลน์ คือสบาย นอนอยู่บ้านรอลูกค้ากดซื้อ แล้วก็แพคของส่ง ชีวิตอิสระมากมาย ซึ่งมันก็จริง แต่อย่าลืมว่า งานทุกงานย่อมมีเบื้องหลังเสมอ เราควรมองให้เห็นถึงเบื้องหลังด้วย เพื่อสำรวจว่าเราจะอยู่กับมันได้ยาวนานจริงๆ ใช่มั้ย เราโอเคกับชีวิตแบบไหนกันแน่
 

บางคนคิดว่าง่ายๆ และใจร้อน, การขายของออนไลน์ ก็เหมือนเปิดร้านจริง ต้องใช้เวลาในการสร้างร้านเช่นเดียวกับร้านจริง ไม่มีคำว่ารวยเร็วทันใจ และก็ต้องศึกษาด้วย ว่าเราจะขายของรูปแบบไหน ทำเอง สั่งโรงงานผลิต ซื้อมาขายไป หรือ Dropship ทุกอย่างมีรูปแบบที่แตกต่างกัน
 

บางคนอาจจะเบื่องานประจำเพียงเพราะ งานเยอะเกินไป เพื่อนร่วมงานไม่โอเค หรือ อื่นๆ เพราะเราเคยคุยกับเพื่อนที่ทำงานประจำที่ธนาคารแห่งหนึ่ง ตอนนั้นคือสงสัยว่า มันเบื่อมั้ยกับการทำงานประจำ คุยไปคุยมาถึงพบว่า เค้ารักงานของเค้านะ และก็ชินกับการทำงานประจำแบบนั้น จนรู้สึกว่าเป็นหน้าที่ไปแล้ว แต่บางครั้งแค่เบื่อ ถ้าได้พักผ่อนบ้าง ไปเที่ยวบ้าง ตามสมควร เค้าก็กลับมาทำงาน อย่างมีความสุขต่อไปได้
 

แต่ปัญหาของประเทศไทย คือ งานประจำมันน่าเบื่อขึ้นทุกวัน ค่าแรงก็เท่าเดิม เดินทางก็ลำบาก ในขณะเดียวกัน ก็มีสิ่งโน้มน้าวมากมาย ว่า มีชีวิตอิสระสิ เป็นนายตัวเองสิ…..ประเด็น คือ เราควรมองดูตัวเองอย่างตรงไปตรงมา ว่าเราต้องการชีวิตแบบไหนจริงๆ เราโอเคกับการทำธุรกิจจริงๆ หรือเปล่า หรือเราแค่อยากหนีจากงานประจำเพียงเพราะเบื่องาน เบื่อชีวิต และ ระบบเดิมๆ จนทำให้เราอาจออกมาเริ่มธุรกิจแบบไม่รู้ และเสี่ยงต่อการขาดทุน ตามกระแสสังคมจนอาจสูญเสียงานที่ดีได้
 

แต่ถ้าคิดดีแล้ว ว่าไม่โอเคกับงานแบบเดิมจริงๆ แต่ทนทำไปวันๆ ชีวิตช่างไร้ค่า ฉันพร้อมอยากลองอะไรใหม่ๆ อันนี้ก็ควรก้าวออกมา
 

เราเองก็เพิ่งเข้าร่วมโครงการไม่นาน กำลังเริ่มอยู่เหมือนกัน เอาไว้ถ้าสร้างร้านผ่านไปได้ระดับนึงแล้ว จะมาแชร์การวิเคราห์ทีหลัง…..ขอให้ทุกคนโชคดี ^^
 
 

Writer : Bellta (ฝน)
https://www.facebook.com/pennapa.shotlersuk

ร้านบน Amazon
BelltaStudio on Amazon.com

Instagram @BelltaStudio

 
Thanks!
 
 
 

บทความเกี่ยวกับ Amazon (ร้านเก่าที่ปิด)
 

Amazon Handmade #1 : บันทึกความเคลื่อนไหว เปิดร้านบน Amazon 3 เดือน 5 Order
 

Amazon Handmade #2 : First time Amazon FBA Shipment and Solve of problem ส่งของไป Fulfillment by Amazon ครั้งแรก พร้อมแก้ไขปัญหาของหาย
 

ทำอย่างไร โดน Amazon ตัดเงินไปจากบัญชี! วิธีเปลี่ยนบัญชีผู้ขาย Amazon จาก Professional เป็น Individual
 

Amazon Handmade #3 : How to Shipping to Amazon FBA (Fulfillment by Amazon) วิธีการส่งสินค้าไป FBA
 

วิธีส่งของให้กับลูกค้าที่อยู่อเมริกาโดยใช้บริการ Amazon Multi-Channel Fulfillment Order
 
 
 

(Visited 81 times, 3 visits today)

Share your thoughts

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.